Reebonz AU/APAC

LIFESTYLE& TRAVEL

TRAVEL: เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 2

May 20, 2012

LINE it!

cochella_01

โดย  Lady Soma


การเดินทางตามความฝันของพวกเราที่ไปร่วมงานโคเชลล่า มิวสิคแอนด์อาร์ตเฟสติวัล ได้ผ่านมาเกือบครึ่งทางแล้ว หลังพาตัวเองมาถึงหน้า Empire Polo Club สถานที่จัดงานโคเชลล่าปี 2012 แล้วเรื่องราวของสามวันหรรษากับการไปลุยโคเชลล่า ของเด็กแนวสามคนจากประเทศไทยก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!!!


[ความเดิมจากตอนที่แล้วเด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 1]

ตะลุยโคเชลล่า Day 1

วันแรกของงานโคเชลล่าด้วย เปิดตัวด้วย ท้องฟ้าสดใส มีแดดบางๆ ลมทะเลทรายพัดผ่านให้ผมปลิวสวยๆ อุณหภูมิท้องถิ่นกำลังดีที่ 24 องศาเซลเซียส  เราเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนร่วมงาน สาวในชุดบิกินนี่สวยๆ และหนุ่ม Topless เท่ๆ เดินสวนกันไปมาละลานตา โอ๊ยยมันช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้ นี่แค่คนมางานนะคะ ยังเดินไม่ถึงเวทีดูศิลปินเลย  ระหว่างเดินหาเวทีเราก็เปิดไกด์ไลน์ดูตารางเวลาเล่นของศิลปินวันแรกไปพลางๆ ซึ่งมันเยอะมากตามนี้

coachella_02

ไลน์อัพของแค่วันแรกก็วิ่งดูวงกันแทบไม่ทันแล้วจ้า

ด้วยความที่วงดีๆ เล่นกันเยอะ ตารางวันแรกก็แน่นขนัดไปด้วยวงที่เราอยากดู ที่ถึงกับต้องขีดเส้นเน้นให้เห็นกันเลยว่าวงอะไร เล่นกี่โมง ที่เวทีไหน  ซึ่งเวทีหลักของงานโคเชลล่าแบ่งเป็นทั้งหมด 5 เวที คือ Coachella Stage, Outdoor Theatre, Gobi, Mojave และ Sahara  โดยวงเริ่มเล่นกันตั้งแต่เที่ยงวันถึงไม่เกินตีหนึ่งทุกวัน  ซึ่งต้องชื่นชมระบบการจัดคิวของงานนี้แทบไม่มีวงไหนเล่นเลทเลย เกือบทุกวงเล่นตามตารางเป๊ะ เพราะฉะนั้นเราสามารถคำนวนเวลาได้ ว่าดูวงนี้แล้วต่อวงไหนเวทีไหน และงานนี้มันดีตรงที่ทั้ง 5 เวลาหลัก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกันและสามารถเดินไปหากันได้ภายในเวลาไม่เกิน 5-7 นาที ร้านอาหาร ซุ้มขายเหล้า และห้องน้ำ ก็เป็นสามจุดสำคัญที่สุดของงานเฟสติวัล  ซึ่งเค้าก็มีตั้งตามจุดต่างๆ ที่ไม่ห่างจากเวทีคอนเสิร์ต ให้คนมาร่วมงานกว่าแสนคนได้ใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย  ทีนี้เรามาดูไฮท์ไลท์โคเชลล่าวันแรกของพวกเรากัน ว่าเราผจญอะไรกันบ้าง เริ่มเลยที่

Coachella Day 1 : อาถรรพ์ศุกร์ 13?

โคเชลล่าจัดกลางทะเลทราย ภาพที่เราเห็นจากสื่อต่างๆ ก็คือคนไปแต่งตัวกันแบบซัมเมอร์ สาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อย หนุ่มๆ เสื้อกล้าม หรือหุ่นดีก็ถอดเสื้อกันไป ดูแล้วมันช่างเหมือนยกเกาะเต่าบ้านเรา มาไว้กลางทะเลทรายก็ว่าได้

coachella_03

ภาพโฆษณาของงานโคเชลล่าในหัวของพวกเรา

พวกเราแก๊งเด็กแนวไทย ดูจากรูปเหล่านี้ก็คิดในว่า เสร็จกูละ แต่งตัวแบบนี้ก็แนวเดียวกับแถวบ้านกูเลยสิ! แว่นกันแดด เสื้อแขนกุด หมวกสาน เสื้อฮาวาย กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ ฯลฯ พวกเราก็ขนกันมาแต่งจัดเต็มไม่แพ้เด็กแนวฝรั่งกันเลยฮ่ะ

แต่ช้าแต่………

ช่วงบ่ายแก่ๆ ของศุกร์ที่ 13 งานวันแรกของโคเชลล่าเฟสติวัล เราแหงนมองบนฟ้าก็พบว่ามีกลุ่มเมฆดำเคลื่อนที่มาปกคลุมพื้นที่จัดงานอย่างหนาแน่น  แล้วเม็ดฝนก็เริ่มพรำลงมาแบบเบาๆ ช่วงนั้นเรากำลังดูวงอยู่กลางแจ้ง เริ่มรู้สึกได้ถึงความหนาวยะเยือกที่แทรกซึมเข้ามา  เฮ้ยยยย อุณหภูมิที่เคยอุ่นๆ ชิลๆ 24 องศาเซลเซียส ได้ลดลงมาเป็น 14 องศาเซลเซียสได้อย่างรวดเร็ว หนาวอย่างเดียวไม่พอลมทะเลทรายก็พัดผ่านโหมกระหน่ำผู้คนในงาน ทำเอาเด็กแนว Tropical ที่ใส่เสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้น อย่างพวกเราถึงกับหนาวสั่นสะท้าน

coachella_04

ภาพบรรยากาศงานตอนฝนกำลังจะตก

พอมองไปรอบข้างตอนนี้ ฝรั่งเพื่อนร่วมงานทั้งหลาย ก็มีเสื้อแจ๊ตเก็ต บางคน Overcoat บางคนหมวกผ้าไหม บางคนเสื้อขนมิงค์พร้อมเลกกิ้ง ขนมาใส่กัน แปลงร่างจากไปเกาะเต่ามาขึ้นยอดดอยอินทนนท์ได้อย่างน่าอัศจรรย์  นี่มันอาถรรพ์ศุกร์ที่ 13 หรือเปล่า เราไม่ทันคิด (เพิ่งมารู้ทีหลังแต่เราไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้) แต่ที่แน่ๆ คือ กูซวยแล้ว!! ทำไมไม่มีใครบอกก่อนว่ามันจะหนาวด้วย!! แล้วที่ใส่ชุดมาก็ไม่มีใครขนแจ็ตเก็ตหรือถุงน่องยาวติดมากับตัวเองด้วยสิ เพราะก่อนมาเราก็ศึกษากันมาแล้วว่าอากาศช่วงนี้มันร้อนกลางวัน และเย็นตอนกลางคืน ขนาดถามฝรั่งท้องถิ่นว่าหนาวแค่ไหน มันบอกว่าชิลๆ พอทนได้ แถมยังบอกอีกว่าทะเลทรายช่วงนี้ฝนไม่ตกมาหลายเดือนแล้ว ‘อากาศกำลังดีพวกยูต้องชอบ’  จ๊ะ!!! แล้วที่พวกกูกำลังจะหนาวตายนี่คืออะไร!!??

วินาทีนั้นเราต้องมาระดมความคิดแล้วว่าจะทำยังไง เพราะเราต้องยืนดูวงที่เราชอบกลางแจ้งไปอีกถึงเที่ยงคืน  จะกลับไปเอาเสื้อกันหนาวก็ต้องเดินทางไกลและเสียเวลามาก อาจอดดูวงไปอีกหลายวง  เลยตกลงกันว่าเราต้องขนเสื้อผ้า หรืออะไรก็ตามที่ติดตัวมาห่มกันหนาวไปก่อน  แล้ววิ่งไปแทรกตัวดูวงกับคนเยอะๆ จะได้ไออุ่นมาบ้าง (โอเค ใครมาเป็นคู่แล้วแฟนกอดนี่อยากบอกว่า ชั้นอิจฉาที่สุด!!)

coachella_05

อยากถามพี่เค้าว่า เสื้อกันหนาวพกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ค้าาา

coachella_06

จากโคเชลล่าที่เมกาก็เปลี่ยนเป็นลีดส์เฟสติวัลที่อังกฤษได้ในพริบตา

พอมีอะไรกันหนาวแล้ว เราก็เริ่มมุ่งหน้าวิ่งดูวงตามเวทีต่างๆ ต่อไป ท่ามกลางอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ ยิ่งตกกลางคืนอุณหภูมิกลางทะเลทรายคืนนั้นลดลงถึง 8 องศา พร้อมความหนาวสะท้านทรวงจากลมทะเลทรายที่พัดผ่านแบบไม่แคร์ เด็กเอเชี่ยนจากเขตร้อน อย่างพวกเราเลย

Tips : อย่าเชื่อถ้าฝรั่งบอกว่าไม่หนาว เพราะแค่อุณหภูมิ 24 องศาก็บ่นร้อนกันแล้วอ่ะ (คงเหมือนบ้านเราที่ฝรั่งบ่นร้อนแต่เรายังชิลๆ) สำหรับเด็กเขตร้อนอย่างพวกเราไปเจออากาศเย็นมากๆ แบบไม่ตั้งตัวก็เกือบไม่ไหวเหมือนกันนะ เพราะไม่ใช่แค่อากาศยังมีลมหนาวที่พัดผ่านทั้งคืน เวลาเราเจออากาศหนาวขนาดนี้แล้วต้องดูวงดนตรีกลางแจ้ง เราก็ควรหาที่หลบมุม ตามเต๊นท์สปอนเซอร์ที่เค้ามีฮีทเตอร์ให้บ้าง  งานโคเชลล่าปีนี้ต้องขอขอบคุณเต๊นท์ Beats by Dr.Dre ที่เค้ามาทำห้องให้คนทดลองฟังเพลงจากหูฟังแบรนด์ของ Dr.Dre สินค้าของเค้าก็ดีสมราคาจริงๆ ฮ่ะ แต่ทำไมซุ้มนี้คนเยอะจัง? เข้าไปแล้วถึงรู้ว่าเข้ามีฮีทเตอร์อุ่นๆ ให้เหล่าผู้คนหนีหนาวมานั่งพักข้างใน ถือว่าเป็นสถานที่ช่วยชีวิตของพวกเราวันแรกจริงๆ พอหายหนาวบ้างก็ได้เวลาไปสู้ลมหนาวดูคอนเสิร์ตต่อแล้ว!

coachella_07

เต๊นท์ Beats by Dr.Dre แหล่งหลบหนาวของเด็กแนว

Coachella Day 1 : ดูคอนเสิร์ตวงฝรั่งกับคนฝรั่ง

มันให้ประสบการณ์อีกแบบนึงนะ ปกติเราดูคอนเสิร์ตไปตามเทศกาลในเมืองไทย ในเอเชียมาบ้าง แต่มาดูกับฝรั่งมันสนุกและมันส์จริงๆ เว้ย เพราะฝรั่งมันบ้ากันดีนะ ชั้นร้องได้ชั้นร้อง ชั้นเต้นได้ชั้นเต้น ชั้นเมา ชั้นมีโลกส่วนตัว แล้วทุกคนมารวมกันเพื่อดูวงที่ตัวเองชอบ ยิ่งเป็นวงที่เอนเตอร์เทนคนดูเก่งๆ แล้ว ยิ่งมีคนดูเป็นพวกฝรั่งยิ่งสนุกมากขึ้น เพราะทั้งร้อง ทั้งเต้น แทค และ bodysurf วงให้ทำอะไร คนจะตอบรับตลอดเวลา ยิ่งเมาก็ยิ่งเป็นมิตรละ พูดคุยสนุกสนานเฮฮา สร้างเพื่อนใหม่ได้เยอะแยะ เป็นอีกสีสันนึงของโคเชลล่าที่พวกเราประทับใจ ถึงแม้ว่าการหาที่ยืนดูวงจะต้องใช้เวลาในการเลือกพื้นที่ยืนดูกันหน่อย  เพราะอะไรน่ะหรือ พวกเรามาจากชนเผ่าคนแคระนี่สิ เจอฝรั่งสูงเป็นเปรตไปหลายๆ คน ก็แทบจะมองไม่เห็นเวทีหรืออะไรทั้งสิ้น  แต่คนดูเค้าก็มีมารยาทกันดี เราก็ต้องขอแทรกตัวไปด้านหน้า หรือหามุมที่มองเห็นวงง่ายๆ  ซึ่งฝรั่งก็หลีกทางให้ ไม่มีเสียงวีนด่าตามหลัง (ว่าอีเตี้ย) ให้ได้ยินแม้แต่น้อย

coachella_08

คนดูเค้าบ้า มันส์ (และหล่อ) กันจริงๆ นะเธอ

coachella_09

Bodysurf สนุกสนานกันไป

Tips: ไปงานเทศกาลดนตรีโดยเฉพาะโคเชลล่า ถ้ามีข้อสงสัยอะไร หรือต้องการความช่วยเหลือ อย่าได้อายที่จะถามคนที่มาร่วมงาน หรือเจ้าหน้าที่ในงาน เพราะสไตล์ของอเมริกันชน เป็นคนเปิดกว้าง พูดคุยกับคนแปลกหน้าได้แบบไม่มีอคติ และคำว่าคนอเมริกัน ไม่ได้จำกัดแค่ฝรั่งผิวขาว อเมริกันมีทั้งคนผิวดำ คนเอเชียน คนอเมริกาใต้ และหลากหลายชาติพันธุ์มารวมกัน เพราะฉะนั้นเราหน้าเอเชียไปที่โน่นก็ไม่ได้แปลกแยกอะไร พูดภาษาอังกฤษสื่อสารได้เค้าก็เหมาแล้วว่าเป็นอเมริกัน  สังเกตได้เลยว่าทุกทีที่เราไป ตั้งแต่การ์ดตรวจหน้างาน จนถึงคนร่วมงาน ทุกคนคุยกับเราได้หมด ทักทายถามไถ่ ช่วยเหลือ ยิ่งถ้าเป็นคนที่มาดูวงเดียวกับเราแล้วก็พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ชิลๆ  ถือเป็นทัศนคติแบบเสรีขึ้นชื่อของประเทศนี้จริงๆ

Coachella Day 1 : คอนเสิร์ตมาแล้ว!!

พอรู้ภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม และผู้คนของงานโคเชลล่ามาคร่าวๆ แล้ว ตอนนี้มาพูดถึงไฮทไลท์วงต่างๆ ที่พวกเราไปดูกันดีกว่า ขอบอกว่าวงดีๆ เล่นเยอะและเล่นชนกันเยอะมาก แบ่งร่างไปดูยากสุดๆ เราขอเลือกมาวงที่เราประทับใจมาเล่าให้ฟังกันดีกว่า

coachella_10

Other Lives ถือว่าเป็นวงแรกของโคเชลล่าที่เราดู วงร็อคเครื่องสายจากโอกลาโฮม่าเล่นสดได้เข้าถึงโสตประสาทคนดูจริงๆ สมแล้วกับที่ Radiohead เลือกให้เป็นวงเปิด ดูคอนเสิร์ตวงนี้เหมือนเข้าไปดูออร์เคสตร้าแบบร็อค จากที่เราฟังมาในซีดี พอมาดูเล่นสดแล้วทำให้รักวงนี้สุดๆ  ต่อด้วย Breakbot ดีเจหนุ่มอิเล็คโทรฟังค์จากฝรั่งเศส ที่มากับ MC สุดหล่อ จัดเต็มทั้งเสียงและแสงสีบนเวที Sahara ที่แพ็คคนดูเต็มเต๊นท์ และทุกคนก็เอ็นจอยกับเพลงฟังค์ๆ ของ Breakbot จนถึงไฮไลท์เพลง Baby I’m Yours ที่ทุกคนพร้อมใจร้องตามได้สนุกสุดๆ  ประทับอีกอย่างนึงคือ Visual ของนาย Breakbot สวยเก๋ สมแล้วกับที่เค้าเป็นกราฟิคดีไซน์เนอร์ที่ผันตัวเองมาเป็นดีเจ เสร็จแล้ววิ่งมาต่อเวที Outdoor Theatre กับวง Yuck ที่เล่นกลางสายฝนพรำ  แต่แฟนเพลงและศิลปินก็ดูไม่แคร์ (แต่พวกเราสั่นหนาว) วง Yuck กระหน่ำหูพวกเราด้วยซาวน์ดกีตาร์มันส์ๆ ยาวจนจบเซ็ต วงก็ลาคนดูลงไป และระว่างที่รออีกวงหนึ่งจะขึ้น เหล่าแฟนเพลงก็เปลี่ยนหน้ามาเป็นอีกกลุ่มนึง สาวๆ จะเยอะเป็นพิเศษเพราะวง Girls กำลังจะขึ้นต่อนั่นเอง  ตามสไตล์ของวงนี้เค้าจะมีประดับดอกไม้น่ารักๆ ไว้บนเวที จากนั้นเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นเมื่อนาย  Christopher Owens สุดหล่อขึ้นมาร่ำร้อง ด้วยเสียงแหบพร่าออเซาะ สไตล์ของเค้านั่นแหละ ด้วยความที่เป็นวงอเมริกัน เหล่าอเมริกันก็ชอบกันละ ร้องเพลงตามกันตลอดน่ารักดี  ต่อด้วย Neon Indian วงอิเล็คโทรป็อปชิลๆ ลอยๆ ที่คนดูเยอะมากกก แล้วทุกคนเหมือนจะ High กันแล้ว จากทั้งเสียงเพลงและอย่างอื่น (ที่ทุกคนรู้กันดี) แต่ละเพลงของ Neon Indian ก็ดูเหมาะกับช่วงเย็นๆ ของเทศกาลดี แถมมีลมหนาวแถมมาให้แล้วยิ่งฟังก็ยิ่งเพราะเข้าถึงกับทุกเพลง

coachella_23

Breakbot มากับเพลงฟังค์และ Visual สวยๆ

coachella_11

วง Yuck มาแบบติสต์แตก

coachella_12

วง Girls ขวัญใจสาวๆ มาพร้อมดอกไม้ให้เธอ

coachella_13

ผู้ชายมาดูวง Girls ก็เท่ไม่แพ้กัน

โอ๊ยยวงเยอะ นี่แค่วิ่งดูวงเราก็แทบไม่ได้ทำอะไรแล้วจริงๆ นะ วันแรกของโคเชลล่ามันทั้งสนุกทั้งโหดแบบนี้นี่เอง มาต่อกันด้วยวงรุ่นใหญ่อย่าง James น้องๆ บางคนอาจไม่รู้จักเหล่าลุงๆ แต่สำหรับแฟนเพลงยุค 90 แล้ว วง James ถือเป็นหนึ่งในตำนาน บอกตามตรงว่าชาตินี้ไม่คิดว่าจะได้ดูวงนี้แล้ว แต่โคเชลล่าเค้าทำได้จัด James มาให้เราดูพร้อมแฟนเพลงหน้าเวทีที่ดูจากหน้าตาและอายุแล้วมาจากยุค 90 อย่างแน่นอน ขึ้นชื่อว่าวงรุ่นใหญ่ก็สมแล้วกับความเก๋า  ถึงแม้สมาชิกของวงผมบนหัวจะไปหมดแล้วแต่ลุงๆ เค้าก็เอ็นเตอร์เทนคนดูได้อยู่หมัด ขนเพลงฮิตมาให้ได้ร้องตาม แถมจบด้วยเพลงสุดฮิต Laid ที่เค้าชวนพวกคนดูขึ้นมาเต้นกับวงบนเวที น่ารักและเป็นกันเองมาก พอเสร็จวงนี้เราก็แวะไปที่เวที Mojave เพื่อดู Grouplove วงร็อคหน้าใหม่จากอังกฤษ วงนี้ที่เราอยากดูเล่นสดมานานแล้ว และ Grouplove ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ วงนี้ทำให้พื้นที่ตรง Mojave เป็นเหมือนปาร์ตี้ใหญ่ๆ ปาร์ตี้นึงเลยละ ถ้าไปยืนอยู่ตรงนั้นจะรู้สึกได้เลยว่าวงสนุกกับการเล่นมาก และคนดูก็คงรู้สึกเช่นกัน เลยทำให้ตอนที่วงนี้เล่นสด ทุกคนช่วยกันร้องเพลง กระโดดโลดเต้น แบบมีความสุขกับเสียงเพลงจริงๆ เพลงวงนี้เค้าก็โจ๊ะติดหู และร้องตามได้ตลอด ถือว่า Grouplove ได้กลายเป็นอีกวงโปรดของเราไปแล้ว

coachella_14

วง James พาคนดูไปแจมบนเวที

เริ่มพลบค่ำแล้ว อากาศที่หนาวเย็นนั้นไม่มีทีท่าว่าจะอุ่นขึ้นแต่อย่างใด แต่เหล่าเด็กแนวไทยก็ยังมุ่งหน้าแทรกตัวในกลุ่มคนดูฝรั่ง รอดูวงอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ตอนนี้เราอยู่หน้าเวที Main Stage เพื่อรอดู Arctic Monkeys กันแล้ว  โอ้ววว!! คนเยอะมากแถมยังดูเด็กๆ  (หน้าตาดี) กันด้วย ก็ไม่แปลกใจเพราะถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ฟังเพลงมาตั้งแต่ยุค 2000 วง Arctic Monkeys ก็คงถือเป็นฮีโร่ของเด็กยุคนี้เลยก็ว่าได้ และ Alex Turner และผองเพื่อนก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ซัดกันกับเพลงฮิตมันส์ๆ ตั้งแต่ Brainstorm, Florescent Adolescent, Brick by Brick จนถึง I Bet You Look Good On The Dancefloor มาให้คนดูร้องเต้นกันอย่างมันส์ แล้วมันก็หายหนาวจริงๆ เพราะเต้นไปด้วยนี่แหละ วงก็สนุกพูดคุยกับคนดูตลอด ประทับใจไปอีกวง แล้วเราก็มาต่อกันด้วย The Horrors ที่ขึ้นมาเล่นแบบเมาๆ มันส์ๆ ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของวงนี้ไปแล้ว ซาวนด์ดนตรีเค้าดีจริงๆ นาย Faris Badwan นักร้องนำ ก็ยังเอ็นเตอร์เทนคนดู ด้วยลีลาเฉพาะตัวที่ดูแล้วเท่และมันส์ไปพร้อมๆ กัน วงก็ซดเบียร์ไป เล่นไป คนดูก็เมาได้ Level เท่ากัน มันก็ทำให้ลืมหนาวไปเลย มาต่อกันด้วย M83 วงอิเลคโทรที่มีแกนนำคือ Anthony Gonzalez พาทีมมาสะกดคนดูทั้งแสงสีและซาวน์ดดนตรี  และตอนพีคคงจะหนีไม่พ้นเพลง Midnight City เพลงสุดฮิตของวง ที่ทำเอาคนดูกรี๊ดร้องตามตั้งแต่ตนจนจบ การได้ดูวงดีๆ เพลงที่เราชอบติดกันหลายๆ วงสำหรับเราแล้วมันคือ ‘ความสุข’ ของชีวิตจริงๆ

coachella_15

Arctic Monkeys แบบต้องดูจอ เพราะคนเยอะมากก

coachella_16

ยิ่งโตยิ่งเท่นะจ๊ะ Alex Turner

coachella_17

The Horrors วงขวัญใจฮิพสเตอร์อเมริกัน

แล้วก็มาแดนซ์ยับกันต่อกับ The Rapture วงอิเล็คโทรพังค์ขวัญใจเด็กแนว ที่เวทีของเค้าคนแน่นหนา เต็มไปด้วยขาเต้น วงก็เอาใจคนดูด้วยเมดเลย์ Greatest Hits อย่าง House of Jealous Lovers, Get Myself Into It, Whoo! Alright! Yeah, Uh Huh! ต่อกันแบบไม่ยั้ง ทำเอาคนดูรวมทั้งพวกเราเองเต้นตามไม่หยุด เสร็จแล้วมาต่อกับวง headline ของงานอย่าง The Black Keys วงขวัญใจของโคเชลล่า เพราะเล่นติดกันมาสามปีแล้ว!  แต่วงก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเค้าระดับโลกจริงๆ มีแค่สองคน Dan Auerbach กีตาร์และร้องนำ Patrick Carney มือกลอง ก็เอ็นเตอร์เทนคนดูด้วยเพลงร็อคแอนด์โรลที่ฟังเมื่อไหร่ก็อยากเต้นตาม แถมเหล่าแฟนเพลงวงนี้ก็เต็มไปด้วยกระทาชายล้วน จัดกันเต็มทั้งร้องทั้งเต้น สปิริตร็อคแอนด์โรลสุดๆ

coachella_18

The Rapture กับเซ็ตแดนซ์ยับ

ต่อจากนั้นวงที่เราอยากดูมากที่สุดของโคเชลล่า 2012 ก็จะขึ้นเวทีแล้ว  สำหรับวง Pulp และ Jarvis Cocker นักร้องนำ คือวงโปรดอันดับหนึ่งในใจของคนเขียนมาตลอดชีวิต เรารอดูคอนเสิร์ตวงนี้มา 17 ปี หลังวงได้แยกย้ายกันในปลายยุค 90 และกลับมารวมตัวกันเพื่อทัวร์คอนเสิร์ต ถือเป็นข่าวดีที่สุดที่เราตั้งความหวังว่าก่อนตาย หรือโลกแตก ก็ขอดูคอนเสิร์ตวงนี้สักครั้ง  แล้วโคเชลล่า 2012 ก็ทำความฝันเราเป็นจริง งานนี้เรายอมแทรกตัวไปอยู่หน้าสุด (แถวที่เจ็ดจากหน้าเวที) เป็นโซนแฟนพันธุ์แท้ของวง Pulp เลยก็ว่าได้ เพราะทุกคนร้องและเต้นได้ทุกเพลง เป็นโซนที่เราเจอคนจากหลายประเทศที่รักวง Pulp มากๆ  เหมือนกัน แล้ว Jarvis Cocker ก็ขึ้นมาทักทายคนดู พร้อมจัดเพลงฮิตตลอดกาลของวงมาให้แฟนเพลงคลั่ง อาทิ Do You Remember The First Time?, Babies, Sorted of E’s and Wizz, Common People, Disco 2000 ความรู้สึกเราตอนนั้นมันเหมือนหลุดไปอีกโลกนึงที่มีแต่เรากับเพลงวง Pulp มันคือสิ่งที่กว่าครึ่งชีวิตรอมาเจอ มันคือความรัก มันคือความสุข มันคือหนึ่งในความฝันของชีวิตที่เราทำสำเร็จแล้ว!!

coachella_19

ที่สุดแล้วกับ Pulp!!

coachella_20

Jarvis Cocker ยังเท่ไม่เสื่อมคลาย

ตลอด 45 นาทีของวง Pulp เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขมากที่สุด และเราจะจำไปตลอดชีวิต Jarvis Cocker เล่นจบด้วย Common People แล้วลาคนดูที่กรี๊ดและปรบมือกันไม่หยุด เวลานั้นเราตัวลอยมีความสุข ไม่หนาว ไม่หิวและไม่เหนื่อย ดนตรีมันมีเวทมนต์จริงๆ

coachella_21

Me Love You Long Time ‘Pulp’!

และแล้วศิลปินวงสุดท้ายของแต่ละเวทีก็เล่นจบ เวลาขณะนั้นคือเที่ยงคืนครึ่ง  พวกเราอิ่มเอมไปด้วยความสุขจากเสียงเพลงตลอดทั้งวัน ก็เดินตัวสั่นหนาวออกงาน ไปรอรถมารับกลับเต๊นท์ (ประมาณ 1 ​กิโล) ความหนาวเหน็บและ ความเหนื่อยของวันแรกที่เราผจญมาถือว่าเต็มข้อ  แต่สิ่งที่ทำให้เราสู้กันก็คงเป็นเพราะการได้ดูวงดนตรีที่เราชอบมัน เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป  กลับถึงเต๊นท์ ด้วยอากาศ 3-4 องศา (อากาศทะเลทรายมันเป็นอย่างงี้นี่เอง หนูรู้แล้วค่าา) ซุกตัวในถุงนอน แล้วหลับเป็นตาย

คร่อกกกก……ขอหลับก่อนเหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้ตื่นมาสู้กันใหม่ ยังมีวงที่น่าสนใจและเรื่องราวสนุกๆ ในงานโคเชลล่าวันที่สองและวันที่สามอีกเยอะเลย ไว้รอต่อกันตอนที่สาม กับเรื่องราวการผจญภัยของพวกเรา ที่แต่ละวันเจอเรื่องสนุกไม่ซ้ำกันเลยหล่ะ ติดตามหน้าของ POPpaganda ไว้ให้ดีๆ ตอนที่ 3 ตามมาเร็วๆ นี้จ้า

coachella_22

*

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 1

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 3

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนสุดท้าย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt