โลกบูดเบี้ยวใบนี้กำลังแปรปรวนอย่างหนัก สภาพของดินฟ้าอากาศและธาตุทั้งสี่สอดประสานอย่างไร้ซึ่งสมดุลภาวะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทั้งนี้เนื่องด้วยธรรมชาติอาจจะเหลืออดกับสิ่งที่มนุษย์กระทำ หรืออาจจะเป็นแค่วงจรเกิดดับที่เวียนมาบรรจบอีกรอบ มีผู้คนจำนวนมากที่เชื่อถือในคำทำนายของอวสานโลก ตามวันสุดท้ายในปฏิทินมายัน ตรงกับวันที่ 20 ธันวาคม ปี 2012 ตามปฏิทินเกรกอเรียนที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ แปลงเป็นชุดเลขสวยดังนี้ 20.12.2012 ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องมีเหตุการณ์พิเศษๆ เกี่ยวกับแผ่นดิน-ผืนน้ำ-ท้องฟ้า เกิดขึ้น ดุจดั่งภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ในหนังเรื่อง 2012
เป็นที่ยอมรับว่าปฏิทินของชาวมายันมีความเที่ยงตรงอย่างมาก เที่ยงตรงกว่าปฏิทินระบบที่เราใช้กันในสากลมากมาย เพราะชาวมายันทำปฏิทินจากระบบดวงดาวตามแนวสุริยะคติ โดยปฏิทินนี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลยถึง 380,000 ปี ในขณะที่ปฎิทินที่เราใช้ต้องมีอธิกสุรทินหรือ leap year ทุกๆ 4 ปี ชาวมายันไม่ได้เขียนชัดเจนว่า วันที่ 21 ธันวาคม 2012 จะเป็นวันสิ้นสุดของปฏิทินและของโลก แต่ด้วยความสามารถของนักดาราศาสตร์จึงได้เทียบวันที่ออกมาอย่างที่เรารู้กันอยู่ และทำให้เกิดจินตนาการสถานการณ์อันเลวร้ายต่างๆ นานา เนื่องจากตามคติชาวมายัน วันสิ้นสุดของปฏิทินชุดนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงทางธรรมชาติและดวงอาทิตย์ รวมถึงระบบจักรวาลที่ดารเคราะห์ทั้งหลายล่องลอยอยู่
อย่างไรก็ตามนักวิจัยอารยะธรรมมายัน เจอราโด้ อัลดาน่า แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตแซนตาบาบาร่า ได้ตีพิมพ์ข้อเขียนหักล้างทฤษฎี วันสุดท้ายปฏิทินมายัน 20.12.2012 ของ ฟลอยด์ ลอนซ์บิวรี่ ผู้คิดค้นการเทียบเคียงปฏิทินมายัน-เกรกอเรียนอันเป็นที่ยอมรับ ว่ามีความคลาดเคลื่อนในการคำนวณวันที่ เพราะตารางระนาบโคจรของดาวศุกร์ที่ใช้คำนวณร่วมกันมีอุปสรรคและข้อผิดพลาด ดังนั้นเขาจึงตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ว่า
วันสิ้นสุดของปฏิทินมายันอาจจะจบไปแล้วห้าสิบหรือหนึ่งร้อยปี หรือ อาจจะเลื่อนออกไปอีกห้าสิบปีหรือหนึ่งร้อยปี
คงเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่เชื่อถือในคำทำนายอันเร้นลับนี้มาตลอด ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างตื่นตระหนกอีกต่อไป เพราะอย่างไรคงไม่มีทางได้เห็นความหายนะของโลกในชั่วอายุขัยเรา เอ หรือ ไม่แน่ มันอาจจะมาถึงเร็วกว่าที่เราเชื่อ
การตั้งข้อสันนิษฐานก็เหมือนกับการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีการยืนยันถึงความถูกต้องอย่างแน่ชัดร้อยเปอร์เซ็นต์? เป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุบ่อยครั้งทั่วโลก เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าโครงสร้างของพื้นผิวโลกกำลังขยับและเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว ขอให้พวกเราใช้ชีวิตอย่างมีจิตสำนึกรักษ์โลก ปรับเปลี่ยนทัศนคติของการอยู่บนโลกใบนี้เพื่อที่จะรอดจากการทำลายล้าง และในขณะเดียวกัน ก็ก้าวสู่เส้นทางของจิตสำนึกใหม่ในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
*
อ่านเรื่องของปฏิทินมายันอย่างละเอียดได้ที่นี่ Thai Step
[จาก New York Magazine, The Christian Science Monitor]