Pop Culture

Lady Gaga – The Fame Monster [album review]

December 12, 2009

LINE it!

LADY GAGA - The Fame Monster

3.5 starsโดย ณัฐวุฒิ เปรมปราชญ์


ช่วงสองปีที่ผ่านมา ชื่อของ เลดี้ กาก้า ครองพื้นที่หน้าสื่อและนิตยสารแทบทุกฉบับ ตั้งแต่ โว้ก ยันก๊อสสิปสตาร์

หลังยิงเพลงเปรี้ยงแสกหน้าบิลล์บอร์ดชาร์ท ตามด้วยบทบาทนักสร้างกระแสระดับมืออาชีพ ชุดแนวอวองการ์ดประหลาดล้ำที่กาก้าขุดมาจากตู้เสื้อผ้าบนดาวนาแม็ค ถูกเจ้าหล่อนปฏิวัติเป็นเรดี้ทูแวร์ทั้งยามออกงานและในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับกระแสการเปรียบมวยระหว่างมาดอนน่า, เกว็น สเตฟานี, คริสติน่า อากีเลร่า ไปจนโรชีน เมอร์ฟี่ อดีตนักร้องนำ Moloko โดยเฉพาะคนหลังนี่เกลียดขี้หน้ากาก้าเข้าไส้ “ม่ว่าจะการแต่งตัวหรือเมคอัพหน้าผม ยัยกาก้านี่ก๊อปปี้ฉันไปหมด”

กระแส The Fame ยังไม่ทันจาง พ็อพดิว่าผู้หน่ายเนือยต่อความปกติบนโลกทั้งมวล ก็เข้าห้องอัดทำ The Fame Monster สตูดิโออัลบั้มลำดับสองที่มีแค่ 8 เพลง (เมืองนอกขายกันโครมครามถึง 3 เวอร์ชั่น ทั้งที่จริงเธอควรทำ TFM เป็นแค่อีพีเฉพาะกิจมากกว่า) ต่างจาก The Fame ตรงที่ก้าเลิกแต่งเพลงเกี่ยวกับชื่อเสียง เงินทอง หันไปรับแรงบันดาลใจจากฮิทช์ค็อค, แอนดี้ วอร์ฮอล, Depeche Mode, มาดอนน่า, ABBA, แฟชั่นโชว์ ระคนปนเปลงบนฐานดนตรีพ็อพ แดนซ์ อิเล็คทรอนิกา ยูโรบีท และกลิ่นอายยุค 80 ร่วมกับโพรดัคชั่นของ RedOne โพรดิวเซอร์คู่กรรมผู้ทำซิงเกิ้ลแฮททริค Just Dance, LoveGame และ Poker Face ห่อทับด้วยสไตล์ แฟชั่น ตามประสานิวยอร์คเกิร์ล และภาพลักษณ์ระดับไฮเอนด์ อย่างภาพปกขาวดำทั้งสองแบบนั่น ก็เป็นฝีมือของเฮดี้ สลีมาน อดีตผู้นำแบรนด์ดิออร์ออมม์

กาก้าแสดงให้เห็นว่าสายฟ้าก็ผ่าซ้ำที่เดิมได้ในซิงเกิ้ล Bad Romance ดาร์คพ็อพที่ผสมผสานทั้งดิสโก้และแกลมร็อคชวนขยับ พร้อมท่อนคอรัสติดหูหนึบหนับ แถมยังได้เอ็มวีสวยบ้าแฟชั่นจ๋าระดับมาสเตอร์พีซ มาช่วยกลบจุดด้อยการเป็นเพลงภาคต่อของ Poker Face ซะเนียนสนิท

Alejandro เปิดแทร็คด้วยเสียงไวโอลินหวีดหวิวและเสียงลมพัดเป็นแบ็คกราวน์ดเก๋ย์ๆ ก่อนจะส่งต่อให้ลุกขึ้นมาเต้นรำกับซาวน์ดแบบที่แฟน Ace of Base ต้องแอบกรี๊ดด้วยความคิดถึง

ส่วน Monster นี่ ฟังแล้วอยากตะโกนว่า ?แมดจ์มา? แมดจ์มา? เหลือเกิน อิเล็คโทรแดนซ์พ็อพ บวกซินธ์จัดๆ กับจังหวะดิสโก้ เคียงคู่กับเสียง ?He ate my heart? ผ่านโวโคเดอร์หลอนๆ แอบสะดุดกับเสียงหัวเราะช่วงต้นเพลง นั่นมันหนึ่งในกลวิธีการแต่งเพลงของเจ๊ไฝนี่นา

ให้โลกรู้ว่าบ้าๆ อย่างก้าก็เศร้าเป็น Speechless บัลลาดทรงพลังจับใจเพราะใช้เครื่องดนตรีสดทั้งหมด พ่วงออเคสตราวงใหญบึ้ม เสียงร้องประสาน กับริฟฟ์กีต้าร์ที่สาวก Queen เคยคุ้น แทร็คนี้ดูผิดที่ผิดทางไปหน่อย เมื่อมาอยู่คั่นกลางระหว่างเพลงอัพบีททั้งหมด

และ Dance in the Dark พ็อพแดนซ์ที่รับอิทธิพลจาก Depeche Mode มาเต็มรัก ถ้าได้รีมิกเซอร์มือเจ๋งๆ มาช่วยอีกนิดจะเวรี่เลิศมั่ก แอบสะดุดกึกอีกรอบกับท่อนแร็พเย็นๆ ชื่อคนดังผู้ล่วงลับอย่าง มาริลีน มอนโร, จูดี้ การ์แลนด์ และซิลเวีย แพล็ธ ใครเอ่ย? ก็เคยแต่งเนื้อเพลงประมาณนี้เมื่อปี 1990 นะ ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก?

ถึงจะสืบสกุลอิแทเลียนเหมือนกัน ผมสีบล็อนด์เหมือนกัน แต่การที่สื่อบางสำนักอวยว่า เลดี้ กาก้าเป็น ?The next queen of pop? นั้น มันมิเป็นการด่วนสรุปไปหน่อยหรือ กับอัลบั้มเพียงแค่สองชุด

กาก้าเคยเอ่ยปากว่า ?ทุกวันนี้นักร้องส่วนใหญ่มีช่วงอายุการทำงานในวงการไม่นานนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนักร้องเพลงพ็อพเต้นรำ?

แล้วทำไมเจ๊แม่ถึงอยู่รอดมาได้ไม่รู้ต่อกี่ฝนกี่หนาว ถ้าไม่ใช่บารมี ฝีมือ บวกภาพลักษณ์อันชาญฉลาดล้วนๆ ที่นางสาวสมทรงอย่างเธอ ยังต้องใช้เวลาสะสมชั่วโมงบินอีกเยอะ

ปล่อยให้คำตอบว่า อนาคตมงกุฏควีนออฟพ็อพจะถูกสวมบนหัวใครเป็นปริศนาต่อไป ตราบใดที่ควีนคนปัจจุบันยังไม่คิดสละบัลลังก์ และยังหายใจเข้าออกเป็นดนตรีพ็อพอย่างไม่เคยรู้จักเหน็ดเหนื่อย

*

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt