LIFESTYLE

บาหลีห้านาที [travel]

July 30, 2011

LINE it!

bali_01

โดย ชนันท์ พุ่มไสว


อย่างที่รู้ๆ กันว่า เกาะบาหลีเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของวัยรุ่นออสซี่และนักท่องเที่ยวทั่วโลก (ที่ไม่อยากไปภูเก็ต)

พูดถึงการเดินทางมาบาหลี ถ้างบถึงแล้วอยากจะสนับสนุนสายการบินแห่งชาติ การบินไทยเค้าก็บินตรงไป Denpasar อยู่สม่ำเสมอ (ราคาตั๋วไปกลับอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท) ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยเหมือนผู้เขียน แนะนำให้ไปกับ low-cost airlines อย่าง Air Asia หรือ Jet Star ก็ได้ ออพชั่นหลังถึงแม้จะเสียเวลากว่าหน่อย เพราะต้องแวะทรานสิทที่สิงคโปร์ แต่ราคาถูกกว่าเกือบเท่าตัว ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมว่าสายการบิน low-cost มันจ้องจะหากำไรกับทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่น้ำเปล่า น้ำหนักกระเป๋า ไปจนถึงที่นั่ง (อยากนั่งติดกันก็ต้องจ่ายเพิ่ม เอากะมันดิ)

ถ้ายังไม่ได้แลกเงินมาจากเมืองไทย มาแลกที่สนามบินก็ได้ มี money changer ให้เลือกมากมาย rate ก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ เงินของอินโดนี่เค้าใช้เป็นอินโดรูเปีย (IDR/Rp) ก่อนจะตกอกตกใจว่าทำไมอะไรๆ ที่นี่มันก็หลักหมื่นหลักแสนทั้งนั้น ให้จำให้ขึ้นใจว่าหนึ่งบาทไทยจะเท่ากับประมาณ 300 Rp ราคาของอาหารการกินทั่วไปหรือของกรุบกริบที่ร้าน Circle K (เหมือนกับ 7 Eleven) จะอยู่ในช่วงพันถึงหมื่นต้นๆ เคล็ดลับการใช้เงินอินโดให้คล่องแคล่วเหมือนโลค่อล ให้ยึดหลักซะว่า 100,000 Rp มันจะเท่ากับเงินไทยประมาณ 300 กว่าบาท และ 1,000,000 Rp ประมาณสามพันกว่าบาท แบ๊งค์ใหญ่ที่สุดของเค้าคือ 50,000 Rp ถ้ายังไม่ชิน เวลาจะจ่ายเงินซื้ออะไรก็นับแบ๊งค์ดูให้ดีๆ ไม่ต้องลนลาน จะได้ไม่ต้องแถมทิปให้แม่ค้าโดยไม่ตั้งใจ (ผู้เขียนพลาดมาแล้ว)

bali_02

อากาศที่นี่ร้อนชื้นเหมือนบ้านเรา สลับกับมีฟ้าครึ้มมีฝนบ้างระหว่างวัน ดังนั้นไม่ต้องแพ็คผ้าพันคอมา การเดินทางจากสนามบิน ถ้าไม่มีลีมูซีนมารับจากโรงแรม ก็ต้องจำใจนั่งแท็กซี่เข้าเมือง อ่อ แล้วอย่าไปโบกเอาสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะ ไปเข้าคิวซื้อตั๋วจากเคาน์เตอร์ก่อนนะจ้ะ แท็กซี่ที่นี่เค้ามีมิเตอร์ ดังนั้นไม่ต้องกลัวจะโดนโกง ที่พักผมอยู่แถว Seminyak อยู่ก่อนถึง Kuta ชายหาดอันเลื่องชื่อ (ถ้ามีโอกาสได้ไป Kuta อย่าลืมแวะไปสวนน้ำ Waterbom เพราะมันเริ่ดชนิดที่ว่าสวนสยามบ้านเราจะต้องกราบเท้า)

เหตุที่เลือก Seminyak เพราะ Kuta มันวุ่นวายเกินไป ออกๆ แนวป่าตองผสมตรอกข้าวสาร แต่แถวๆ Seminyak บรรยากาศจะออกแนวชิลๆ อารมณ์ประมาณหัวหิน มีร้านเสื้อผ้าบูติกเก๋ๆ มากมายให้เดินช้อป บาร์ คลับแถวนี้ก็จะออกแนวภูมิฐานเป็น beach club สวยๆ ไม่โฉ่งฉ่าง เอะอะมะเทิ่งเหมือนที่ Kuta และที่สำคัญ Seminyak ถือได้ว่าเป็น gay scene ของบาหลี โดยเฉพาะที่ถนน Dhyana Pura (เหมือนสีลมของบ้านเรา) หลายคนอาจจะสงสัยว่าประเทศเค้านับถืออิสลาม ทำไมถึงยอมให้มีอะไรที่โจ่งครึ่มแบบนี้ จริงๆ แล้วบาหลีเป็นเกาะที่นับถือศาสนาฮินดู ดังนั้นบาหลีจึงเหมือนเป็นเกาะสวรรค์ คู่เกย์เดินจับมือกันเชิ้บๆ ก็ไม่มีใครสนใจ หรือซุบซิบแล้วชี้ชวนกันดูให้ลำบากใจ

ที่พักที่บาหลีถูกมาก ราคาเริ่มตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ ไปจนถึงหลักพัน แล้วแต่โลเคชั่น แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าไม่ติดหรูอะไรมากนัก แนะนำให้ไปหาพวกเกสท์เฮ้าส์อยู่ดีกว่าเพราะราคาย่อมเยากว่าหลายเท่าตัว  (ลองหาดูในเว็บไซต์อย่าง Hostel World) ถ้าเดินทางคนเดียว ไปแฮงเอ๊าท์กับพวก backpackers ก็เฮฮาไปอีกแบบ ใครจะไปรู้ อาจจะโชคดีได้พบรักมี holiday romance เหมือนจูเลีย โรเบิร์ตใน Eat Pray Love กะเค้าก็ได้! อ่อ ถ้าขับมอเตอร์ไซค์ได้ เช่ารถมอเตอร์ไซค์ไว้ติดตัวก็ดี (ค่าเช่าประมาณ 35,000- 50,000 Rp ต่อวัน) จะได้ไม่ต้องคอยพึ่งแท็กซี่

หลายๆ คน มักจะถามว่า ซื้อของฝากอะไรดีจากบาหลี ขอแนะนำกาแฟ เพราะที่นี่เค้าขึ้นชื่อ ไม่ก็บุหรี่ Sampoerna Mild บุหรี่ยอดฮิตของอินโด ซึ่งมันเก๋ตรงที่มีส่วนผสมของกานพลู (clove) กลิ่นเป็นสมุนไพรหน่อยๆ หรือจะเป็นโสร่งผ้าบาติกสวยๆ พวกของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์เค้าก็ทำได้ดูดี  ถ้าจนปัญญาจริงๆ ก็ซื้อพวกเสื้อกล้าม Bintang ก็ได้ มีขายทั่วทุกหัวระแหง (เปรียบได้กับเสื้อกล้ามเบียร์สิงห์ของไทย) เสื้อผ้ายี่ห้อ surf ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Quiksilver Roxy หรือ Rip Curl เค้าก็มี outlet อยู่หลายร้าน ไปทีไรมีเห็นมี big sale อยู่ตลอดเวลา อ่อ แล้วอย่าช้อปเพลินจนลืมเหลือเงินไว้ 150,000 Rp เป็นค่าภาษีสนามบินตอนขาออกด้วย

เรื่องอาหารการกิน เราคนไทยไม่ต้องห่วง นอกจากจะมีร้านอาหารนานาชาติทั่วไปแล้ว อาหารอินโดเองก็แซ่บถูกปากไม่แพ้กัน หากินได้ตามร้าน warung ไม่ก็ padang ข้างถนน ร้านพวกนี้มักจะมีเจ้าของเป็นคนท้องถิ่น ลักษณะอาหารก็คล้ายๆ กับข้าวราดแกงบ้านเรา แต่อาหารของเค้าจะไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นพวกแกงข้นๆ ไม่ก็ผัดแห้งๆ พวกตามสั่งหลักๆ เลยก็มีพวก nasi goreng (ข้าวผัด), mie goreng (หมี่ผัด) ไม่ก็ ​soto ayam (แกงจืดไก่) และก็พวก sate (สะเต๊ะ) ต่างๆ ถ้าเบื่อก็เปลี่ยนไปกินอาหารอิตาเลี่ยนก็ได้นะ ราคาไม่แพงเว่อร์เหมือนเมืองไทย (แนะนำร้าน Ultimo และ Trattoria อยู่ถนน Laksmana Oberoi)

bali_03

อย่างที่รู้ๆ กันว่าบาหลีเป็นแหล่งเล่นเซิร์ฟชั้นนำของโลก เพราะทะเลมีคลื่นลูกใหญ่ตลอดทั้งปี โรงเรียนที่สอนก็มีอยู่มากมาย ที่ดังๆ ก็มีของ Quiksilver และ Rip Curl มีทั้งแบบพื้นฐานถึงขั้นสูง คลาสก็มีแบบต่อวันและแบบแพ็คเกจสามวัน ห้าวัน ก็แล้วแต่ ถ้าอยากลองเล่นเฉยๆ แนะนำให้ลงเรียนแบบหนึ่งวันก่อน ถ้าเล่นแล้วชอบและอยากเล่นต่อค่อยลงเรียนเพิ่ม ผมลงเรียนแบบสามครั้ง ขั้นพื้นฐานเค้าก็จะแนะนำให้รู้จักกับส่วนต่างๆ ของกระดานโต้คลื่น การนอนและการยืนที่ถูกต้อง หลังจากเรียนทฤษฎีเสร็จแล้ว ก็จะมีการปฏิบัตจริงในทะเล ถึงตอนนี้ครูสอนก็จะพาเราไป “จับคลื่น” จากนั้นก็ต้องพยายามยืนและทรงตัวให้อยู่ได้บนบอร์ด ฟังดูง่ายถ้าไปเล่นอยู่แถวๆ หาดจอมเทียน แต่ด้วยความที่คลื่นที่นี่มันสูงและแรง กว่าจะยืนได้ก็กินน้ำทะเลไปหลายแกลลอน

bali_04

เรียนเสร็จแล้ว คอแห้งมั้ย ไปหาอะไรจิบกันดีกว่า ใครๆ ก็ว่ามาบาหลี ถ้าไม่แวะมานั่งดื่มเหล้ากินบรรยากาศริมหาดที่ Ku De Ta ก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง แต่ Ku De Ta ก็เถอะ เจอ beach club เปิดใหม่ที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า Potato Head วัน grand opening ที่นี่เค้ามีโชว์ระบำใต้น้ำในสระว่ายน้ำด้วย เก๋มั้ยล่ะ) ตกแต่งแบบ chic retro มีสนามหญ้าคั่นกลางก่อนถึงสระว่ายน้ำริมทะเล ประหนึ่งเหมือนฉากนึงในซีรี่ย์ Spring Break ของ MTV หรือไม่ก็ pool party จาก Gossip Girl แนะนำให้มานั่งจิบเบียร์ที่นี่ ละเลียดไวน์กับค็อกเทลริมสระน้ำ ดูผู้ชายไปพลาง อีกที่นึงก็พลาดไม่ได้เลยคือ Cocoon อยู่ริมหาด Legian ถนน Double Six ที่การตกแต่งแบบ rustic minimalism ทำให้นึกถึงรีสอร์ทชิคๆ แถว Palm Springs

bali_05bali_06bali_07bali_08bali_09bali_10bali_11

ดื่มจนพอแก้มตึงแล้วเราไปต่อกันที่ Dhyana Pura ดีกว่า อย่างที่บอกว่า ถนนสายนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเกย์ที่เดียวบนเกาะบาหลี มีคลับ บาร์เกย์ติดกันอยู่มากมายให้เลือกกันได้ตามอัธยาศัย ถ้าเลือกไม่ถูก แนะนำให้ไปร้าน Mixwell ที่เสมือนเป็น DJ Station ของบาหลี เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวเกย์ทุกคนไปรวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย Mixwell อาจจะไม่ใหญ่มาก เพราะมีแค่ชั้นเดียว แต่ทีเด็ดของเค้าอยู่ที่โชว์ ที่มีเกือบทุกๆ ครึ่งชั่วโมง สลับกับดีเจเปิดแผ่น แล้วโชว์ของเค้าก็ไม่ได้โชว์แต่ดีว่าโบราณอย่างไดอาน่า รอสและวิทนี่ย ที่นี่เค้ามีทั้ง รีฮานน่ายุค What’s My Name  เลดี้ กาก้า และ บริทนี่ สเปียร์ส นอกจากลิปซิงค์โชว์แล้ว ก็ยังมีโชว์ไคโยตี้ด้วย แต่นักเต้นของเค้าก็มีแต่ล่ำๆ สมชายฉกรรจ์ ทั้งนั้น ไม่ได้ผอมแห้งแรงน้อย แนวเค-ป็อบเหมือนไคโยตี้บอย ที่บาร์แถวรัชดากับอตก. แต่ถ้าแก่แล้ว ชอบแนวนั่งชิลๆ ดูคนเดินไปมามากกว่า ร้าน Bali Joe ข้างๆ ก็ดูจะเหมาะกว่า ลองเดินเข้าไปดูเอา ชอบไม่ชอบยังไงก็ยังมีอีกหลายร้านให้เลือก แต่ถ้าเกิดเบื่อ gay scene ยังสามารถไปเดินเล่นชายหาดได้ อยู่ไม่ไกล เดินไปได้ สะดวกที่สุด!
Selamat Tahun Baru to you, Bali!

*

chatrium

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt