SSENSE GLOBAL

Books

Great Expectations แรงใจและไฟฝัน

September 3, 2011

LINE it!

great_expectations

สำหรับคนรุ่นเรานี้ เมื่อพูดถึง “Great Expectations แรงใจและไฟฝัน” ของ ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ นักเขียนชาวอังกฤษชื่อก้องโลกคนนี้ เราอาจจะได้ยินเสียงเพลง Life In Mono ล่องลอยเข้ามาในหัวเหมือนภาพฝัน พร้อมกับใบหน้าของนักแสดงฮอลลีวู้ดหล่อเซอร์สุดเท่ อีธาน ฮอว์ค และนางเอกสุดสวย กวินเนธ พัลโทรว์ ตามมาด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นภาพจำฝังตรึงที่สวยงามมากแล้ว ยอดเยี่ยมมากแล้ว สำหรับประสบการณ์หนึ่งของคนเราที่มีต่อภาพยนตร์หรือนวนิยายเรื่องหนึ่ง

ภาพจำภาพนี้ เป็นเพียงส่วนปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้สร้างภาพยนตร์ “ตีความ” จากบทประพันธ์เรื่องนี้ อาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวความสวยงามเพียงหนึ่งในล้านของนวนิยายต้นฉบับเรื่องนี้เท่านั้น

‘Great Expectations แรงใจและไฟฝัน’ ฉบับภาษาอังกฤษได้รับการตีพิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า มีการนำไปสร้างเป็นละครเวที และภาพยนตร์มากกว่า 250 ครั้ง

เรื่องราวของพิพ เด็กชายกำพร้าผู้ต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวของพี่สาวในหมู่บ้านเล็กๆ แสนกันดาร เขาพึงพอใจในชีวิตเรียบง่ายและมีความสุขตามฐานะเรื่อยมา กระทั่งโชคชะตานำพาให้เขาพบกับเอสเตลลาสาวงามผู้สูงศักดิ์ พิพจึงเริ่มมองชีวิตเปลี่ยนไป เขารู้สึกอับอายในรากเหง้าของตัวเองและปรารถนาจะไขว่คว้าชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม รวมถึงความคาดหวังลึกๆ ในตัวเอสเตลลาที่ฝังใจมาตั้งแต่วัยเยาว์

นอกจากจะเป็นเรื่องราวความรักที่ลึกล้ำตราตรึงใจผู้คนมากมายแล้ว ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ยังเสียดสีการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมวิกตอเรียนของประเทศอังกฤษเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยเฉพาะการตีราคาคนจากภายนอก ความหรูหราร่ำรวย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มากกว่าจะประเมินถึงจิตใจและคุณงามความดีในส่วนลึกอย่างแท้จริง

จากสำนักพิมพ์

‘Great Expectations แรงใจและไฟฝัน’ วรรณกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก จากบทประพันธ์ชิ้นเอกชาร์ลส์ ดิกเกนส์ นักเขียนชาวอังกฤษ ที่มีการตีพิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า มีการนำไปสร้างเป็นละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วมากกว่า 250 ครั้ง เป็นเรื่องราวของพิพ เด็กชายกำพร้าผู้ต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวของพี่สาวในหมู่บ้านเล็กๆ แสนกันดาร เขาพึงพอใจในชีวิตเรียบง่ายและมีความสุขตามฐานะเรื่อยมา กระทั่งโชคชะตานำพาให้เขาพบกับเอสเตลลาสาวงามผู้สูงศักดิ์ พิพจึงเริ่มมองชีวิตเปลี่ยนไป เขารู้สึกอับอายในรากเหง้าของตัวเองและปรารถนาจะไขว่คว้าชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม รวมถึงความคาดหวังลึกๆ ในตัวเอสเตลลาที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่

นอกจากจะเป็นเรื่องราวความรักที่ลึกล้ำตราตรึงใจผู้คนมากมายแล้ว ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ยังได้เสียดสีสภาพการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมวิกตอเรียนของประเทศอังกฤษเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยเฉพาะเรื่องของการตีราคาคนจากภายนอก ความหรูหราร่ำรวย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มากกว่าจะประเมินถึงจิตใจและคุณงามความดีในส่วนลึกอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากเรื่องราวความรัก ที่คู่ขนานไปกับประเด็นชนชั้นทางสังคมแล้ว ที่น่าประทับใจคือ ‘Great Expectations แรงใจและไฟฝัน’ ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านวัย (Coming of Age) ของมนุษย์ได้อย่างงดงามและเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้อ่านสามารถดื่มด่ำไปกับชีวิตและความรู้สึกนึกคิดของพิพได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งความทะยานอยาก อารมณ์สำนึกผิด การยึดมั่นในคุณความดีและไฟรักร้อนแรงของวัยเยาว์ ที่กลายเป็นความขัดแย้งนำไปสู่ความผิดพลาดครั้งสำคัญในชีวิตของพิพโดยไม่ได้ตั้งใจ

พิพเป็นตัวแทนของมนุษย์มนาสามัญชน คนธรรมดาที่อาจจะพลั้งพลาดในชีวิตไปบ้าง แต่ก็เพียรหาทางแก้ไขปัญหาโดยไม่จมปลักอยู่กับอดีตและความผิดหวัง ทั้งยังยึดถือในคุณธรรมอย่างแน่วแน่มั่นคง ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดพิมพ์ ‘Great Expectations แรงใจและไฟฝัน’ ให้ปรากฎแก่สายตานักอ่านชาวไทยในฉบับสมบูรณ์เป็นครั้งแรก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้สึกนึกคิดอันเปี่ยมพลังในงานวรรณกรรมเรื่องนี้จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้อ่านทุกท่านตราบนานเท่านาน

จากผู้แปล-รังสิมา ดีสวัสดิ์

ดิฉันเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านรู้จักเรื่อง Great Expectations เป็นครั้งแรกจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเวอร์ชันล่าสุดในปี ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2541) ซึ่งนำแสดงโดยกวินเนธ พัลโทรว์กับอีธาน ฮอว์ค ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงเนื้อหามาจากนวนิยายของชาร์ลส์ ดิกเกนส์ในชื่อเดียวกัน ความละเมียดละไมของภาพยนตร์ สัญลักษณ์ของโทนสีเขียวที่ถูกใช้ตลอดเรื่อง บทภาพยนตร์เฉียบคมและะเพลงประกอบ ‘Life in Mono’ ที่แสนไพเราะ ทำให้ดิฉันถือวิสาสะเหมาเอาว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ในดวงใจของผู้ชมหลายๆ ท่านเช่นเกียวกับดิฉัน

แต่จริงๆ แล้วต้นฉบับเดิมของ Great Expectatoions พาเราย้อนเวลากลับไปไกลกว่าปี ค.ศ. 1998 มากนัก นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1860 (พ.ศ.2403) หรือประะมาณหนึ่งร้อยห้าสิบปีมาแล้ว และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นในยุควิกตอเรียนของประเทศอังกฤษ ในเวลาซึ่งถนนที่ปูด้วยหินของกรุงลอนดอนยังดังก้องไปด้วยเสียงเกือกม้า เสียงหวูดและควันจากเรือกลไฟเป็นสิ่งที่ผู้คนซึ่งอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์คุ้นเคย อาจจะพูดได้ว่าดิกเกนส์ถ่ายทอดเรื่องราวส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาและสภาพสังคมในเวลานั้นผ่านนวนิยายเรื่องนี้

ยิ่งแปลหนังสือเรื่องนี้ดิฉันก็ยิ่งทึ่งและหลงรักในตัวอักษรทุกตัวของผู้ประพันธ์ เนื้อหาในเรื่องทำให้ดิฉันอยากร้องไห้และหัวเราะไปพร้อมๆ กัน จริงเหลือเกินที่สถานภาพทางสังคมไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันความมีจิตใจสูงของใครสักคน และบางทีความรักที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นสิ่งที่หล่อหลอมชีวิตและความฝันของเรามากกว่าความรักแบบโต้งๆ ที่เราได้รับจากคนใกล้ตัว ที่สำคัญที่สุด เราเคยหยุดคิดบ้างไหมว่า ความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเราแต่ละคนอาจจะถูกถักทอและเชื่อมโยงกับความฝันของใครอีกคนหนึ่งอย่างแยกไม่ออก ชนิดที่มันอาจจะส่งอิทธิพลต่อเหตุการณ์ช่วงหนึ่งในชีวิตของเรามากกว่าที่เราคิด หรือาจจะถึงขั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปตลอดกาล

ดิฉันพยายามที่จะแปลนวนิยายเรื่องนี้จากต้นฉบับภาษาอังกฤษออกมาให้ดีที่สุด เพือคงคุณค่าของบทประพันธ์เดิม แต่ก็ทราบดีว่ายังมีหลายส่วนต้องปรับปรุง ทั้งนี้ หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสของบทประพันธ์เดิมอยู่ไม่มากก็น้อย

บทที่หนึ่ง

นามสกุลของพ่อผมคือพิริป ส่วนชื่อคริสเตียนของผมคือฟิลลิป เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อย ลิ้นของผมออกเสียงคำทั้งสองได้ไม่ยาวและชัดเจนไปกว่าคำพิพ ผมจึงเรียกตัวเองว่าพิพ และใครๆ ก็พากันเรียกผมว่าพิพตั้งแต่นั้นมา

ผมใช้พิริปซึ่งเป็นนามสกุลของพ่อ โดยได้รับอนุญาตจากศิลาหน้าหลุมฝังศพของท่าน รวมถึงจากพี่สาวของผม คือ มิสซิสโจ การ์เกอรีผู้แต่งงานกับช่างตีเหล็ก เนื่องจากผมไม่เคยพบหน้าค่าตาพ่อหรือแม่ทั้งยังไม่เคยเห็นรูปเหมือนของท่านทั้งสอง (พวกท่านมีชีวิตอยู่ก่อนยุคภาพถ่ายนานโข) จินตนาการแรกของผมที่มีต่อรูปลักษณ์ของพวกท่านจึงได้มาอย่างไม่ใคร่มีเหตุผลนักจากศิลาหน้าหลุมฝังศพ ลักษณะของตัวหนังสือที่จารึกลงบนแผ่นหินทำให้ผมเกิดความคิดประหลาดๆ ว่าพ่อเป็นคนล่ำสัน บึกบึน ผิวคล้ำ ผมสีดำหยิกเป็นลอน และจากตัวอักษรและข้อความหน้าหลุมศพของแม่ที่ว่า “และจอร์เจียนนาผู้เป็นภริยาของบุรุษข้างบน” ผมจึงสรุปเอาเองแบบเด็กๆ ว่าแม่มีผิวตกกระและเป็นคนขี้โรค หินรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเล็กๆ ห้าก้อน แต่ละก้อนยาวหนึ่งฟุตครึ่งซึ่งวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบข้างๆ หลุมศพของท่านทั้งสองคือการอุทิศให้น้องชายตัวเล็กๆ ทั้งห้าคนของผม ซึ่งล้วนจากไปก่อนวัยอันควรด้วยปราชัยให้แก่การดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดและการต่อสู้อันเป็นสากล ผมเป็นหนี้บุญคุณความเชื่อทางศาสนาในแบบของผมว่า พวกเขาเกิดมาในขณะที่นอนล้วงกระเป๋ากางเกงและไม่เคยต้องดึงมือเล็กๆ ออกมาอีกเลย

Great Expectations แรงใจและไฟฝัน | ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ เขียน | รังสิมา ดีสวัสดิ์ แปล | สำนักพิมพ์ฟรีฟอร์ม | นวนิยาย |

ราคา: 395 บาท

สั่งซื้อ: Kinokuniya

*

เรื่องที่เกียวข้อง

Related Posts

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt