MOVIES

The Lady อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ

January 13, 2012

LINE it!

the_lady_poster

ความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนและความกล้าหาญที่พิเศษสุดของอองซานซูจีที่ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการที่โหดเหี้ยมตามลำพังทำให้ มิเชลล์ โหย่ว และ ลุค เบซง  อยากจะเปลี่ยนการเดินทางที่พิเศษสุดของเธอให้กลายเป็นภาพยนตร์

แนว Biography-Drama

ประเทศ ฝรั่งเศส

ผู้กำกับ Luc Besson (ลุค เบซง)

อำนวยการสร้าง Virginie Besson Silla (เวอร์จินีย์ เบซง ซิลลา)

นักแสดง

Michell Yeoh (มิเชลล์  โหย่ว)

นักแสดงมากฝีมือจากภาพยนตร์เรื่อง  Tomorrow Never Dies , Crouching Tiger Hidden Dragom , The Mummy : Tomb of the Dragon Emperor

David Thewils (เดวิด ธิวลิส)

จาก Naked, Harry Potter, Warhorse

Jonathan Raggett (โจนาธาน แร็กเก็ต )

Jonathan Woodhouse (โจนาธาน วู้ดเฮาส์)

Susan Wooldridge (ซูซาน วู้ลดริด)

Benedict Wong (เบเนดิคท์ หว่อง)

the_lady_01

จุดเด่น

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากชีวประวัติของสตรีผู้นำชาวพม่า อองซาน ซูจี ในระหว่างที่นางอองซาน ซู จี ยังมีชีวิตอยู่ และเธอเป็นเสมือนตัวแทนผู้นำแห่งจิตวิญญาณของเสรีชนเพื่อเรียกร้องเสรีภาพ  ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสมจริงในด้านข้อมูล อีกทั้งยังได้นักแสดงคุณภาพมากฝีมืออย่าง มิเชลล์ โหย่ว มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของอองซาน ซูจี   ที่หลายๆ คนการันตีว่าเธอคือเงาของอองซาน ซูจี   อีกทั้งยังได้ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสชื่อดังก้องโลกอย่าง ลุค เบซอง มาสานต่อความสมบูรณ์ของเรื่องราวองซาน จี ในครั้งนี้   นอกจากนี้ยังมีนักร้องฮิพพอพชื่อดังของเมืองไทยอย่าง  เดย์ ไทเทเนี่ยม ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

เรื่องย่อ

The Lady อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ เป็นเรื่องราวพิเศษสุดเกี่ยวกับอองซานซูจีและสามีของเธอ ไมเคิล อาริส นอกจากนั้นแล้ว นี่ยังเป็นเรื่องราวการต่อสู้อย่างสงบของอองซาน ซูจี    ผู้เป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่าอีกด้วย แม้ว่าจะถูกขวางกั้นด้วยระยะทาง การพรากจากกันเนิ่นนาน และการกดขี่ที่ทารุณความรักของทั้งคู่ก็ยังคงทอแสงเรืองรองจนกระทั่งท้ายที่สุด  เรื่องราวของความทุ่มเทและความเข้าใจของมนุษย์ ท่ามกลางฉากหลังของความวุ่นวายทางการเมือง ที่ยังคงคุกุร่นอยู่ในปัจจุบันนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนบทโดย รีเบ็กก้า เฟรย์น ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาการได้สัมภาษณ์บุคคลสำคัญในกลุ่มผู้อยู่แวดล้อมอองซานซูจีทำให้เธอสามารถเขียนเรื่องราวที่แท้จริงของวีรสตรีชาวพม่าคนนี้ออกมาได้เป็นครั้งแรก

the_lady_02

ข้อมูลงานสร้าง

The Lady อองซาน ซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ: ต้นกำเนิดเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจ

อองซาน ซูจี  เป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มต่อต้านผู้นำทหารที่ถือครองอำนาจในพม่า ชีวิตทั้งชีวิตของเธออุทิศให้กับการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศของเธอ หลังจากชนะการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1990 และได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปีถัดมา เธอก็ถูกกักขังอยู่ในบ้านเป็นเวลากว่าสิบห้าปี แต่เธอก็ไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่จะต่อสู้ ในปี 1999 เธอไม่เต็มใจที่จะเดินทางไปอังกฤษ เพื่อพบหน้าสามีของเธอ ผู้กำลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง ด้วยความกลัวว่าจะถูกปฏิเสธไม่ให้กลับเข้าประเทศ เธอไม่เคยได้พบเขาอีกเลย และในตอนที่อองซานซูจีถูกปล่อยตัวจากการถูกกักขังในเดือนพฤศจิกายน ปี 2010 เธอไม่ได้พบหน้าอเล็กซ์และคิม ลูกๆ ทั้งสองคนของเธอมาสิบปีแล้ว

ความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนและความกล้าหาญที่พิเศษสุดของผู้หญิงคนนี้ที่ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการที่โหดเหี้ยมตามลำพังนี้เองที่ทำให้ มิเชลล์ โหย่ว และ ลุค เบซง  อยากจะเปลี่ยนการเดินทางที่พิเศษสุดของเธอให้กลายเป็นภาพยนตร์

“ตอนที่ฉันได้รับบทหนังของรีเบ็กก้า เฟรย์นในปี 2007 ฉันคิดว่าไม่เพียงแต่มันจะเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความรักและการเสียสละ แต่มันยังมีบทบาทที่ฉันไม่อาจตอบปฏิเสธได้ด้วยค่ะ” มิเชลล์ โหย่วอธิบาย

“ฉันเชื่อเสมอมาว่าเราขาดตัวละครหญิงแกร่งในโลกภาพยนตร์” ผู้อำนวยการสร้างเวอร์จินีย์ เบซง-ซิลลากล่าวเห็นพ้องด้วย “ฉันใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงในการอ่านบท ฉันรู้ทันทีเลยว่ายูโรปาคอร์ปจะต้องอำนวยการสร้างมันให้ได้ ถ้าคุณจะต้องดิ้นรนนานสองสามปี ก่อนจะมีส่วนร่วมกับโปรเจ็กต์หนึ่งๆ อย่างเต็มตัว คุณก็จะต้องประทับใจกับมันทันที การที่ผู้หญิงคนหนึ่งพิสูจน์ตัวเองว่ามีความกล้าหาญแค่ไหนเป็นเรื่องน่าประทับใจเป็นพิเศษ เพราะปกติแล้วมักจะเป็นผู้ชายที่ถูกนำเสนอในฐานะตัวละครวีรบุรุษ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราจะต้องสร้างหนังเรื่องนี้ให้ได้

“สิ่งที่สำคัญคือฉันกับลุคมีวิสัยทัศน์อย่างเดียวกันกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งเราอยากจะโชว์บนหน้าจอ สิ่งที่ฉันคิดว่าสำคัญที่สุดคือการให้น้ำหนักไปที่วัตถุประสงค์ของโปรเจ็กต์นี้ แล้วค่อยจัดการกับเรื่องเงินทุนทีหลัง แอนดี้ แฮร์ริสและรีเบ็กก้า เฟรย์นมาพบเราที่ปารีส เราทุกคนต่างก็เห็นหนังเรื่องเดียวกันและเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ของมันดีค่ะ”

ผู้อำนวยการสร้างแอนดี้ แฮร์ริสกล่าวเห็นพ้องด้วยว่า “หลังจากทำงานสามปีโดยไม่มีการสนับสนุนด้านเงินทุน เราก็รู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับยูโรปาคอร์ปและมีโอกาสได้สร้างหนังเรื่องนี้กับลุค เบซง ผู้กำกับที่ผมชื่นชมอย่างมากมาโดยตลอด ลุคกับเวอร์จินีย์ให้การสนับสนุนเราอย่างเหลือเชื่อตั้งแต่การพบกันครั้งแรกและพวกเขาก็ตอบรับโปรเจ็กต์ที่ท้าทายนี้ร่วมกับเรา มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

อย่างไรก็ดี มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำความเข้าใจกับการตัดสินใจของอองซานซูจีที่ยอมสละชีวิตส่วนตัวเพื่ออุดมคติของเธอ

“ตอนที่ฉันอ่านบทหนังเรื่องนี้ ฉันอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า แม่คนหนึ่งตัดสินใจเลือกแบบนั้นได้ยังไง” เวอร์จินีย์ เบซง-ซิลลากล่าวต่อ “และมันก็แตกต่างจากธรรมชาติของฉันอย่างมากจนฉันอยากจะทำความเข้าใจว่าอะไรที่ผลักดันให้เธอยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อประเทศของเธอ แต่หลังจากค้นคว้าและได้พบกับคนที่รู้จักเธอ และเหนือสิ่งอื่นใด หลังจากได้พบเธอหลังจากที่เธอถูกปล่อยตัวได้ไม่นาน ฉันก็เข้าใจว่าเธอทำทุกอย่างนั้นจากความรัก เธอเลือกที่จะไม่ใส่ใจกับความรู้สึกของตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนนับล้านๆ ค่ะ”

มิเชลล์ โหย่ว กล่าวเห็นพ้องด้วย “ขณะที่สามีเธอป่วยหนักใกล้ตาย เธอกำลังยุ่งอยู่กับการกล่าวสุนทรพจน์และทำหน้าที่ของเธอในฐานะนักเคลื่อนไหว ตอนแรก คุณอาจคิดว่าเธอเย็นชาและห่างเหิน แต่คิดอีกที คุณจะตระหนักได้ว่าเธอมีความเข้มแข็งในแบบที่คุณจะอดชื่นชมไม่ได้”

เช่นเดียวกัน เดวิด ธิวลิส ผู้รับบทไมเคิล อาริส และแอนโธนี ฝาแฝดของเขา ก็ต้องบังคับตัวเองให้ทำความเข้าใจกับความคิดที่ว่าคนคนหนึ่งใช้ชีวิตด้วยการปฏิเสธตัวเอง

“บางครั้ง เธอและสามีของเธอก็ไม่ได้เจอหน้ากันหรือพูดคุยกันเป็นปีๆ ซึ่งผมคิดภาพไม่ออกเลย” นักแสดงหนุ่มกล่าว “เขาไม่รู้เลยว่าเธอถูกทรมานหรือทุบตีหรือเปล่า หรือว่าเธอถูกขังคุกเดี่ยว เขาเลี้ยงดูลูกชายสองคนตามลำพังและไม่ได้พบเธอด้วยซ้ำในตอนที่เขารู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ด้วยความที่ผมไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อน เลยเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะทำความเข้าใจสถานการณ์นี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งครับ”

the_lady_03

ข้อมูลผู้กำกับ

นักแสดงบางคนแปลกใจกับเนื้อหาที่ไม่ธรรมดาของ The Lady อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ แต่พวกเขาทุกคนต่างก็กระตือรือร้นที่จะได้ร่วมงานกับลุค เบซง ไม่ว่าพวกเขาจะเคยร่วมงานกับเขามาแล้ว เหมือนอย่างเดวิด ธิวลิส หรือแค่ชื่นชมผลงานภาพยนตร์ของเขา พวกเขาต่างก็ยินดีเมื่อพวกเขาได้ยินชื่อของผู้กำกับ The Fifth Element

มิเชลล์ โหย่ว  เป็นคนที่ขอให้เขามาทำงานในโปรเจ็กต์นี้ของเธอ

“ตอนที่ฉันรู้ว่าเขาจะกำกับหนังเรื่องนี้ มันก็เหมือนฝันที่เป็นจริง” มิเชลล์ โหย่ว สารภาพ “ฉันเป็นแฟนผลงานของเขามานานและเมื่อมีคนแย้งฉันว่า ‘แต่เขาทำหนังแอ็คชั่นนะ’ ฉันก็ตอบไปว่า มันไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ใช่ผู้กำกับที่เก่ง ในการทำให้หนังแอ็คชั่นประสบความสำเร็จได้ คุณจะต้องรู้สึกไปกับตัวละครของคุณ และมีเพียงผู้กำกับที่รู้วิธีที่จะดึงเอาส่วนที่ดีที่สุดออกจากนักแสดงของเขาเท่านั้นถึงจะสร้างหนังแอ็กชันที่ประสบความสำเร็จได้ และลุคก็เป็นแบบนั้นค่ะ ไม่เพียงแต่เขาทุ่มเทจิตวิญญาณเข้าไปในตัวละครของเขา แต่เขายังสนับสนุนตัวละครหญิงแกร่งมาโดยตลอดด้วย”

เดวิด ธิวลิสเห็นพ้องด้วย “ลุคเป็นผู้กำกับคนเก่ง ที่ดึงเอาส่วนที่ดีที่สุดของผมออกมาได้ บางครั้งผมก็จะขี้เกียจถ้าไม่มีใครมาคอยกำกับผม แต่ลุคไม่เคยปล่อยให้ผมขี้เกียจและเขาก็ถ่ายทำหลายเทคจนกว่าเขาจะพอใจ ผมชอบวิธีการของเขามากๆ เพราะแต่ละเทคจะไม่เหมือนเดิมและลุคก็คอยให้คำแนะนำผมจากหลังกล้องระหว่างเทค”

มิเชลล์ โหย่ว  กล่าวเห็นพ้องด้วย “ฉันยอมรับว่าเขาเจ้ากี้เจ้าการมากๆ และเขาก็แตกต่างจากผู้กำกับส่วนใหญ่ตรงที่เขาตรงเวลามากๆ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับเขา ถ้าเขาบอกว่าแปดโมงถึงกองถ่าย เขาก็หมายถึงแปดโมงจริงๆ! และนักแสดงทุกคน แม้แต่ตัวประกอบก็ต้องระมัดระวัง และพร้อมจะแสดงอยู่เสมอ ฉันชอบวิธีการทำงานของเขาค่ะ”

นักแสดงต่างก็เห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับวิธีการทำงานที่ใกล้ชิดของ ลุค เบซง และความทุ่มเทเต็มตัวที่เขามีต่อโปรเจ็กต์ที่เขาทำงานอยู่

“เขาอยู่ด้านหลังกล้อง ซึ่งมันช่วยได้มากเลยครับ” เดวิด ธิวลิสกล่าวเห็นพ้องด้วย “เขามีความสามารถเชิงเทคนิคอย่างมากและคอยควบคุมทุกระดับของการถ่ายทำ เขาไม่ได้อยู่หลังมอนิเตอร์ที่อยู่ไกลจากเรายี่สิบฟุต แต่เขาจะมองการแสดงของคุณและคอยแนะแนวทางให้คุณ ซึ่งรวมถึงเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งเพราะภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของเขา แต่เขาก็พูดถูก 99% เลยล่ะครับ”

โจนาธาน แร็กเก็ตต์กล่าวเสริมว่า “เขาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เขาเข้ากันได้ดีกับนักแสดงและคอยนำทางคุณไปยังทิศทางที่เขาต้องการครับ มันทำให้เขามีคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงในการจัดฉากแต่ละซีเควนซ์ขึ้นมา”

เบเนดิคท์ หว่องกล่าวเห็นพ้องด้วย “ผมมองว่าเขาเหมือนกัปตันเรือ คอยควบคุมการถ่ายทำ ทุกคนกำลังถูระเบียง และเขาก็คอยดูแลเราอย่างใกล้ชิดมากๆ ครับ”

“เพราะเขารู้ว่าเขาต้องการอะไรและเขาก็มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและโดดเด่นมากๆ สำหรับหนังของเขาค่ะ” มิเชลล์ โหย่ว บอก ฉันก็เลยไว้วางใจเขา เมื่อเขาบอกว่าฉันต้องแสดงอีกเทค ฉันก็ไว้ใจเขา ความไว้ใจแบบนี้จำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องรับบทที่สะเทือนใจและเปราะบางอย่างอองซานซูจีน่ะค่ะ”

อย่างไรก็ดี ผู้กำกับก็ได้ให้อิสระกับนักแสดงบ้าง “ในกองถ่าย ตอนที่เราซ้อมกัน ฉันก็ชอบเสนอไอเดียขึ้นมา แล้วลุคก็สนับสนุนฉันตลอด แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาจะเป็นคนตัดสินใจก็ตาม” มิเชลล์ โหย่ว อธิบาย

“มีบางฉากที่เราอิมโพรไวส์ขึ้นทั้งหมด” โจนาธาน วู้ดเฮาส์กล่าวเสริมว่า “เขาให้โอกาสนักแสดงในการตีความฉากนั้นๆ ถ้ามันไม่ได้อยู่ในบท เขาให้คำสั่งผมอย่างเดียว ซึ่งสำหรับผมแล้ว มันมีค่ามากๆ ซึ่งก็คืออย่าคิดมากเกินไป แต่ให้ลงมือทำเลย”

โจนาธาน แร็กเก็ต พยักหน้าพลางกล่าวว่า บางครั้ง คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะพูดว่า ‘แอ็คชั่น!’ หรือ ‘คัท’ คุณก็เลยจะลืมเรื่องกล้อง และอินกับบทบาทของตัวเองมากขึ้น มันน่าสนใจเพราะเขาให้โอกาสนักแสดงที่จะตีความฉากนั้นๆ และทำตามแรงกระตุ้นของตัวเอง แต่เขาก็ดูแลใกล้ชิด และนั่นก็เยี่ยมมากครับ”

the_lady_04

สถานที่ในการถ่ายทำ

แน่นอนว่าการถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับอองซานซูจีในพม่าเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ประเทศไทยจึงกลายเป็นฉากสำหรับเรื่องราวแทน เวอร์จินีย์ เบซง-ซิลลาอธิบายว่า

“พูดกันในเชิงภูมิประเทศแล้ว พม่ากับไทยคล้ายกันมากๆ และหนังหลายเรื่องก็ถ่ายทำในประเทศไทย เรามีช่างเทคนิคและโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในสถานที่ถ่ายทำอยู่แล้ว และเราก็ไม่ต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาจากฝรั่งเศสด้วย”

ยิ่งไปกว่านั้น ในไทยก็มีชุมชนชาวพม่าขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ทีมงานสามารถจ้างนักแสดงและตัวประกอบได้อย่างง่ายดาย

แต่ ลุค เบซง และผู้อำนวยการสร้างของเขาก็ยังรู้สึกว่าการไปพม่าเป็นสิ่งจำเป็นเพราะ “คงจะตลกน่าดูที่จะพูดถึงประเทศที่คุณไม่เคยเข้าไปเลย” เวอร์จินีย์ เบซง-ซิลลาอธิบาย การได้ทำความเข้าใจวัฒนธรรมพม่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุดจริงๆ

“และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่นานอย่างที่เราหวัง เราก็ยังมีเวลาพอที่จะเข้าถึงความรู้สึก พลังงาน รสชาติ ศีลธรรมและอุณหภูมิของที่นี่ค่ะ” เธอกล่าวเสริม “เราใช้เวลาอยู่ในย่างกุ้ง เดินไปในตลาด ท่าเรือ เยี่ยมชมเจดีย์ชเวดากอง และทำความเข้าใจกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ลุคถ่ายรูปและใส่มันเข้าไปในหนังด้วย เราค้นพบประเทศที่พิเศษสุด ซึ่งแตกต่างจากสถานที่ทั้งหมดที่ฉันเคยไปมา มันถูกปกป้องจากอิทธิพลโลกตะวันตกและจากความทันสมัยทุกรูปแบบ แน่นอนว่าเราพยายามจะเข้าใกล้บ้านอองซานซูจีแต่ก็ไม่สำเร็จค่ะ”

แม้ว่าการถ่ายทำหลักจะเกิดขึ้นในไทย แต่การเก็บเนื้อหาของภาพยนตร์เป็นความลับก็เป็นเรื่องจำเป็น

“เราได้รับคำเตือนว่าเราเสี่ยงที่จะโดนเนรเทศออกนอกประเทศถ้าเราทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป เพราะรัฐบาลกังวลว่าอาจจะเกิดการก่อความไม่สงบได้น่ะค่ะ” เวอร์จินีย์ เบซง-ซิลลาเล่า “ข่าวดีก็คือฉากหลักคือบ้านที่ตัวละครเอกของเราอาศัยอยู่ เราก็เลยสร้างบ้านหลังหนึ่งขึ้นมาภายในสถานที่ปิดส่วนตัว ซึ่งทำให้เรามีอิสระเต็มที่ แต่พอเราออกไปอยู่ตามท้องถนนหรือในสถานที่สาธารณะ เราก็ต้องระวัง ไม่เพียงแต่ทีมงานทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ พวกเขายังเต็มใจที่จะทำตามด้วย แล้วพวกชาวบ้านก็ไม่ได้ช่างซักถามเกินไป ไม่เคยมีใครถ่ายรูปเราด้วยโทรศัพท์มือถือหรือโพสต์อะไรในอินเทอร์เน็ตเลย”

ทีมงานและนักแสดงต่างก็มีความทรงจำเข้มข้นเกี่ยวกับการถ่ายทำที่ไม่ธรรมดาครั้งนี้ ซึ่งนำพาพวกเขาจากไทยไปอ็อกซ์ฟอร์ด (อังกฤษ) และฝรั่งเศส ภายในช่วงเวลาสามเดือนครึ่ง ฉากที่อองซานซูจีกล่าวสุนทรพจน์ในชเวดากอง ต่อหน้าตัวประกอบเกือบสามพันคน เป็นฉากที่น่าจดจำเป็นพิเศษ

“การได้เห็นมิเชลล์กับผู้สนับสนุนมากมายรอบตัวเธอ ขณะพูดเพื่อประชาชน เป็นอะไรที่เหลือเชื่อและน่าตื่นเต้นจริงๆ ครับ” โจนาธาน วู้ดเฮาส์เล่า “มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการแสดงเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนของจริงครับ”

โจนาธาน แร็กเก็ตพยักหน้า “บางครั้ง เราจะลืมไปเลยว่านี่เป็นหนัง เหมือนฉากตอนที่ซูจีถูกกักขังอยู่ในบ้าน และเราก็กอดกันกลมเหมือนครอบครัวจริงๆ ผมกอดมิเชลล์แน่นเหมือนเธอเป็นแม่จริงๆ ของผม ผมกลัวด้วยซ้ำไปตอนที่กลุ่มคนที่รับบทเป็นทหารแสดงความก้าวร้าวออกมา และพวกเขาก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม…”

สำหรับโจนาธาน วู้ดเฮาส์ ฉากรับรางวัลโนเบลเป็นฉากที่ยากที่สุด

“มันถูกถ่ายทำในช่วงท้ายๆ และผมก็เฝ้ารอมันมาเป็นเดือนๆ” เขาบอก “มันเป็นงานที่สาหัสจริงๆ สำหรับผม และผมก็รู้สึกกดดันมาก ผมจำได้ว่าเดวิด (ธิวลิส) ตบบ่าผมแล้วบอกว่า ‘ไม่ต้องกดดัน’ ผมศึกษาสุนทรพจน์นั้นมามากและเมื่อผมได้เห็นว่ามีตัวประกอบหลายร้อยตัว ผมก็รู้สึกเหมือนว่าผมไม่ได้แสดงอยู่ ผมรู้สึกเหมือนผมพูดสุนทรพจน์จริงๆ มันเป็นการยกย่องอเล็กซ์ ซูจีและประชาชนของเธอครับ”

เดวิด ธิวลิส เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ มิเชลล์ โหยว และนักแสดงสองคนที่รับบทเป็นลูกชายของพวกเขาว่า

“มิเชลล์ฉลาดมากๆ และตลกมากๆ ด้วย เธอเป็นนักแสดงคนเก่งครับ ไม่ยากเลยที่จะสานสายสัมพันธ์กับผู้หญิงที่น่ารักแบบนั้น สำหรับโจนาธานทั้งคู่ พวกเขาทำให้ผมหัวเราะบ่อยๆ ในกองถ่าย เราเล่นมุขกันบ่อยครับ ดังนั้น การสานสายสัมพันธ์กับพวกเขาก็ง่ายเหมือนกัน เราเหมือนครอบครัวเดียวกันจริงๆ ครับ”

the_lady_05

ข้อมูลเพิ่มเติมของ อองซาน ซูจี

พ่อของเธอ: อองซาน

• บุคคลสำคัญที่นำมาซึ่งอิสรภาพของพม่า

• ถูกสังหารเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่จะมีการประกาศอิสรภาพ อองซานซูจีอายุได้เพียงสองขวบ

ประเทศบ้านเกิด: พม่า

• มีการเซ็นสัญญาอิสรภาพกับอังกฤษในปี 1947

• เกิดการโค่นล้มรัฐบาลโดยนายพลเนวินในปี 1962

สุภาพสตรีแห่งย่างกุ้ง

• เกิดในปี 1945 เติบโตในอินเดียและสหราชอาณาจักร

• เธอศึกษาปรัชญา เศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ที่อ็อกซ์ฟอร์ด และทำงานให้กับสหประชาชาติในนิวยอร์ก

• 1988: เธอกลับประเทศเพื่อดูแลแม่ของเธอ

• แรงบันดาลใจจากคานธีและมาร์ติน ลูเธอร์ คิงทำให้เธอก่อตั้งพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมา

• 1989: รัฐบาลทหารกักขังเธอในบ้าน

• 1990: ระหว่างการเลือกตั้งทั่วไป พรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตยได้รับคะแนนโหวต 59% ทำให้พวกเขาได้ที่นั่ง 80% ในสภา แต่ผลการเลือกตั้งถูกลบล้าง และกองทัพปฏิเสธที่จะคืนอำนาจ

• 1991: เธอได้รับรางวัลโนเบล ไพรซ์ สาขาสันติภาพ

• 1999: สามีของเธอเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

• 2007: การประท้วงรัฐบาล ที่นำโดยพระในศาสนาพุทธเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน

ระหว่างถูกกักขังภายในบ้าน ซูจีได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่หน้าประตูบ้านของเธอ เพื่อรับพรจากพระสงฆ์

• พฤศจิกายน 2010: อองซานซูจีได้รับการปล่อยตัวจากการถูกกักขังภายในบ้าน

*

-เข้าฉายวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยเอ็ม พิคเจอร์ส

[เรื่องและรูปโดย M Pictures]

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt