LIFESTYLE& TRAVEL

TRAVEL: เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 1

May 17, 2012

LINE it!

coachella_2012_01

เรื่องและรูปโดย  Lady Soma


เดือนเมษายนปี 2555 ใจกลางทะเลทรายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กไทยสามคนได้ทำความฝันสำเร็จ ด้วยการเอาตัวเองไปเหยียบบนพื้นหญ้าของเทศกาลดนตรีและศิลปะโคเชลล่าประจำปี 2012 ได้สมกับที่รอคอยมาหลายปี

Coachella 2012 : The Adventure of Thai Music Martyrs

โคเชลล่ามิวสิคแอนด์อาร์ตเฟสติวัล (Coachella Music & Art Festival) หรือเรียกสั้นๆ ว่า โคเชลล่า เพิ่งมาติดหูเป็นที่รู้จักของพวกเราก็ไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในเหตุผลที่เทศกาลนี้เริ่ม hype ขึ้นมา คงมาจากไลน์อัพของงานที่รวบรวม ศิลปินอินดี้ทุกสาขาแนวเพลง จากทุกสมัย (ที่ยังมีชีวิตและทำวงอยู่) เกือบสองร้อยวง มาเล่นโชว์ตลอดทั้งสามวันสามคืน ซึ่งวงที่มาเล่นแต่ละปีก็เป็นที่ถูกใจแฟนเพลงอินดี้ยิ่งนัก แถมสองปีที่ผ่านมายังมีถ่ายทอดสดงานลง YouTube ให้ผู้ชมทั่วโลกดูกันแบบ Real-time อีกด้วย นั่นแหล่ะ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กแนวประเทศโลกที่สาม เกิดความตั้งใจว่าในชีวิตนี้ก่อนตาย ต้องไปเหยียบพื้นดินตรงงานนี้ให้ได้

coachella_2012_02

โคเชลล่าบรรยากาศตอนกลางวัน

coachella_2012_03

โคเชลล่าบรรยากาศตอนกลางคืน

และก็นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คิดอยากจะไปงานโคเชลล่าแล้วจองตั๋วไปได้ง่ายๆ นะจ๊ะ สำหรับมนุษย์ทำงานทั้งประจำและฟรีแลนซ์อย่างพวกเรา จะไปดูคอนเสิร์ตข้ามทวีปแบบนี้ มันต้องวางแผน (โดยเฉพาะทำงาน เก็บเงิน ทวงหนี้) ด้วยความอุตสาหะตั้งใจ ทั้งการขอวีซ่าไปอเมริกา จองตั๋วทุกสิ่งอย่าง งมหาทางไปถึงงานเฟสติวัลกันเอง และอีกมากมาย ทั้งหมดนี้เราวางแผนกันมาก็เกือบ 10  เดือน เพื่อไปดนตรีที่เรารักจริงๆ  เรื่องราวต่อไปนี้จะเป็นทั้งไกด์ไลน์และเรื่องราวการผจญภัยครั้งแรกในชีวิต ของเหล่าเด็กอินดี้ไทยที่ไปสัมผัสเทศกาลดนตรีที่มาแรงที่สุดของทศวรรษนี้ เราเชื่อว่าทุกคนที่รักในดนตรีและมีความตั้งใจจริงสามารถไปได้ งั้นเรามาเริ่มกันเลยที่……

 

 

Coachella 101 : ว่ากันด้วยเรื่องบัตรเข้างาน

โคเชลล่า มีการขายบัตรเข้างานอยู่สองรอบ คือ รอบ Pre-Sale และรอบขายจริง ทั้งหมดขายออนไลน์ผ่านทางเว็บ www.coachella.com สำหรับรอบบัตร Pre-Sale นั้น (ประมาณเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน) เปิดขายก่อนเพื่อให้แฟนเพลงที่อยากไปงานจริงๆ ซื้อมาไว้ก่อน แบบไม่รู้ว่าไลน์อัพของงานปีต่อไปจะเป็นยังไง  ส่วนรอบขายจริงจะ ออกขายหลังจากประกาศไลน์อัพแล้ว (ประมาณเดือนมกราคม) แต่คนซื้อช่วงนี้ต้องรีบหน่อย เพราะถ้าไลน์อัพมีวงที่น่าสนใจมาก แฟนเพลงจะรุมซื้อบัตรกันจนหมด (ปีที่ผ่านมาบัตรหมดภายในสามชั่วโมงหลังเปิดขายฮ่ะ!!)  และราคาของบัตรทั้งรอบ Pre-Sale และขายจริงก็ราคาเท่ากันหมดนะจ๊ะ

coachella_2012_04

สายรัดข้อมือของปีนี้จ้า

และสำหรับคนซื้อบัตร Pre-Sale เค้าก็มีออพชั่นซื้อบัตรแบบผ่อน (Layaway Plan) ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีแรกในโลกที่ทำแบบนี้  เพื่อเอื้อให้เหล่าฮิพสเตอร์เงินผ่อนทั้งหลาย ได้ซื้อและผ่อนผ่านบัตรเครดิต โดยหักไปแต่ละเดือนทั้งหมดสิบเดือน  ถ้าจ่ายครบก็ได้บัตรไปเลยส่งถึงบ้าน (ดอกเบี้ย 0% ด้วยจ้าา) บัตรแบบ General Admission ราคาประมาณหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งถ้าซื้อแบบผ่อนสิบเดือนก็ตกเดือนละ 1,000 กว่าบาท สำหรับมนุษย์เงินผ่อนอย่างเราแล้วมันช่างเป็นทางเลือกที่เหมาะเจาะ เหมือนคนจัดงานรู้ใจว่าหนูจนแต่หนูก็อยากไปเหมือนกัน  เลยตกลงปลงใจเป็นหนี้ผ่อนบัตรคอนเสิร์ต และวางแผนเก็บเงินไปลุยงานนี้พร้อมๆ กัน

coachella_2012_04_1

บิลรายละเอียดการหักเงินค่าบัตรแต่ละเดือนจากทางโคเชลล่า

การผ่อนบัตรโคเชลล่า ถือเป็นการวัดใจอย่างหนึ่ง เพราะมันมีบิลมาเตือนใจให้ตลอดสิบเดือน เราก็ต้องกัดฟันจ่ายไปเรื่อยๆ จนถึงเดือนสุดท้ายการได้เห็นรอบบิลที่โคเชลล่าส่งมาว่าเราได้จ่ายเงินค่าบัตรงานครบหมดแล้ว มันโคตรจะปลาบปลื้ม ว่ากูทำได้แล้ว!! และบัตรพร้อมกล่องอันสวยงามก็จะถูกส่งมาที่บ้านเรา โดยบุรุษไปรษณีย์มาส่งกับมือ ในแพคเก็จที่น่ารัก เปิดมามีลูกเล่นมากมาย พร้อมสมุดไกด์เข้างาน และ wristband ใส่ข้อมือเข้างานได้เลย แบบรอบเดียวจบ ไม่ต้องแลกบัตรหรือทำอย่างอื่นก่อนถึงงาน  แค่เอาตัวพร้อมสายรัดข้อมือไปถึงงานให้ได้เป็นพอ ระบบซื้อบัตรและจัดส่งเค้าดีจริงๆ มีปัญหาอีเมลหรือโทรถามได้ตลอดเวลา มีคนดูแลช่วยเหลือตลอด ขอชื่นชมไว้ ณ ที่นี้

coachella_2012_05

กล่องของขวัญที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาเรา

coachella_2012_06

ข้างในกล่องอลังการงานสร้างจริงๆ มีทั้งหนังสือไกด์ไลน์ สติกเกอร์ ปฏิทิน ของเล่นมาให้เพียบ

Coachella 101 : กว่าจะได้ไป

ได้บัตรเข้างานกันละ ทีนี้เราก็มาถึงเรื่องการเดินทาง จะไปอเมริกาต้องขอวีซ่าก่อน ซึ่งรายละเอียดค่อนข้างเยอะ และต้องเตรียมความพร้อมในหลายๆ เรื่อง ทั้งการยื่นใบสมัครขอวีซ่า และการไปสัมภาษณ์  ที่ไม่ขออธิบายมากในที่นี้ อ่านเอาตาม pantip หรือเว็บของสถานทูตอเมริกันเอาได้จ้า  ขอเสริมว่าตอนไปสัมภาษณ์กับท่านกงสุลที่สถานทูต หนึ่งในทีมเราถึงกับเอาตั๋วโคเชลล่าไปให้ท่านกงสุลดูกันเลยทีเดียว กลัวเค้าไม่เชื่อ แต่ด้วยความตั้งใจจริง เพราะ ‘ชั้นจะไปดูคอนเสิร์ตดูวงดนตรีที่ชั้นรักจริงๆ’ ทุกคนก็ผ่านได้วีซ่ากันมาแบบไปงานโคเชลล่าได้อีกสิบปีกันเลยแหละ  จากนั้นก็เลือกสายการบิน (ที่ถูกที่สุด) ไปลงที่เมืองแอลเอ รัฐแคร์ลิฟอร์เนีย แล้วมันก็เริ่มใกล้ความจริงที่จะไปถึงงานโคเชลล่าแล้วสินะ!!

Coachella 101 : โคเชลล่าปีนี้มีดีอะไร?

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีระดับโลก คู่แข่งของกลาสตันเบอรรี่ของทางฝั่งอังกฤษแล้ว งานโคเชลล่าปีล่าสุด ก็มาแรงแซงโค้ง ด้วยการจัดงานแบบ 2 สัปดาห์ติดกัน (Weekend 1 & Weekend 2) ซึ่งมีไลน์อัพ สถานที่ และทุกอย่างเหมือนกัน แต่แฟนเพลงสามารถเลือกได้ว่าจะไปสัปดาห์ไหน หรือ (ถ้ารวย) จะไปทั้งสองสัปดาห์เลยก็ไม่ว่ากัน นี่ขนาดจัดเพิ่มเป็นสองสัปดาห์ เพื่อให้คนมีโอกาสมางานมากขึ้น บัตรเข้างานก็ยังขายหมดภายในสามชั่วโมง เรียกได้ว่างานเค้ามาแรงจนฉุดไม่อยู่แล้วจริงๆ งานปีนี้พวกเราเลือกไปสัปดาห์แรก (Weekend 1) เพราะตรงกับวันหยุดสงกรานต์ลางานได้ และอยากไปครั้งแรกก็อาทิตย์แรกของทั้งวงดนตรีและคนไปงาน  ส่วนไลน์อัพปีนี้ไม่ต้องพูดมาก คุ้มค่าสุดๆ ที่ซื้อบัตรไปตัั้งแต่ Pre-Sale จัดมาตั้งแต่ตัวพ่อตัวแม่ยุค 90’s อย่าง Radiohead, Pulp, Snoop Dogg & Dr.Dre, At The Drive-In จนถึงวงรุ่นใหม่มาแรงของทั้งอเมริกา อังกฤษ ยุโรปและออสเตรเลีย อาทิ Arctic Monkeys, The Black Keys, M83, The Vaccines, Gotye, The Hives พร้อมเหล่าดีเจศิลปินระดับโลก  สมแล้วที่เป็นเทศกาลอันดับหนึ่งของอเมริกา และไม่แปลกใจที่บัตรเข้างาน (ของทั้งสองสัปดาห์) ขายหมดภายในสามชั่วโมงหลังการวางขาย

coachella_2012_07

Coachella 101 : พิกัดงานโคเชลล่า

coachella_2012_08

Empire Polo Club, Indio, California สถานที่จัดงานโคเชลล่าทุกปี

ก่อนไปงานมาเชค Google Earth หาพิกัดงานกันก่อนออกเดินทาง โคเชลล่าเฟสติวัล จัดที่ Empire Polo Club ในเมืองเล็กๆ ชื่อ Indio ซึ่งอยู่กลางทะเลทราย ระยะห่างจากตัวเมืองแอลเอสองร้อยกว่ากิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์จากแอลเอก็ประมาณสองถึงสามชั่วโมง เนื่องด้วยภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ ของประเทศอเมริกา (คิดง่ายๆ ว่าแค่รัฐแคลิฟอร์เนียอย่างเดียวก็ใหญ่กว่าประเทศไทยแล้วจ้า) เวลาจะเดินทางไปโคเชลล่า ต้องเผื่อเวลาการเดินทางไว้ให้ดีนะจ๊ะ  ไม่ใช่ว่ารถติด แต่เพราะจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งมันไกลกันมาก  ต้องมีรถขับเท่านั้น ถ้าคิดจะเดินอาจไม่รอด เพราะแต่ละที่ไกลกันมากถึงแม้ว่าจะอยู่ในเมืองเล็กๆ  การหาที่พักก็เช่นกัน เลือกดูพิกัดใน map google earth กันดีๆ เพราะที่ที่เราคิดว่าใกล้ๆ กันนั้น อาจเดินขาแทบลากได้เช่นกัน  และการไปถึงที่จัดงานโคเชลล่าก็ต้องมาวางแผนกันว่าจะไปยังไง เพราะถ้าไม่มีรถขับแล้ว เราต้องใช้บริการขนส่งมวลชนของเมือง Indio ที่มีจำกัดเพราะเป็นเมืองเล็กๆ ฉะนั้นแท็กซี่จะมีน้อย (มาก) รถเมล์ก็ไม่ผ่านตรงที่จัดงาน มอร์เตอร์ไซต์รับจ้างก็ไม่มี้ ​(ไม่ใช่กทม.ฮ่ะ)  ทำไงดีล่ะ? ทางที่สะดวกที่โคเชลล่าจัดหาให้คือ บริการ Shuttle Bus รับส่งจากจุดต่างๆ ถึงในงาน แต่เราต้องซื้อบัตรขึ้น Shuttle Bus แบบเหมาจ่ายทั้งสามวันของเทศกาลล่วงหน้า แล้วสำรวจจุดรับ-ส่งของรถว่าที่ไหน ยังไง ติดกับที่พักของพวกเราไหม หรือต้องเดินหรือนั่งรถไปขึ้น  จุดนี้สำคัญอยู่เพราะถ้าวางแผนดีๆ จะไม่เสียเวลามากในการเดินทาง และไปถึงงานและออกจากงานตรงตามตาราง ได้เอนจอยกับงานได้เต็มที่ คุ้มค่ากับที่ถ่อข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่จ้า

Coachella 101 : หาที่นอนกันก่อน

ว่าด้วยเรื่องที่กินอยู่หลับนอน สำหรับชาวแก๊งเด็กแนวจากประเทศไทย ที่ฝ่าฟันซื้อตั๋ว บินข้ามโลกมาถึงโคเชลล่า  ที่พักสำหรับคนไปงานนี้ก็มีให้เลือกหลากหลาย เพราะตัวเมือง Indio และเมืองรอบข้างอย่าง Palm Springs, Palm Desert, Indian Wells ทั้งหมดเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดังของแถบแอลเอ เพราะฉะนั้นก็มีทั้งบ้านตากอากาศ โรงแรม คอนโด เกสท์เฮ้าส์ ฯลฯ สวยงาม มีสระน้ำแถมให้ทุกหลัง มาให้เราเลือกมากมาย

coachella_2012_09

ชีวิตหรูใจกลางทะเลทรายจริงๆ

แต่เดี๋ยวก่อน ดูเหมือนพวกเราจะใช้ชีวิตสวยๆ เป็นตัวละคร Gossip Girl ที่บ้านพักตากอากาศ มี pool party มีหนุ่มหล่อซิกซ์แพคข้างบ้านมาแจมกันแบบสนุกสนาน  เปล่าเลยค่ะ!!! ที่พูดมาคือแอบฝันกลางวันไปเอง  เพราะความจริงแล้วพวกบ้านตากอากาศ และโรงแรมสวยๆ ทั้งหลายนั้น ราคาคืนนึงก็เหยียบหมื่นคร่า!!! โอ๊ยยยย ทีนี้ทำไงล่ะ ตังค์เอามาพอกันไหม !?? แถมมากันแค่สามคน จะหารเช่าบ้านเป็นหลังก็ไม่คุ้มอีก แถมโรงแรมทั้งหลายก็โดนจองกันเต็มสุดๆ เพราะช่วงโคเชลล่า คือฤดูการท่องเที่ยว high season ของทั้งเมืองค่ะ ก็เหมือนบ้านราที่ทุกอย่างก็ขึ้นราคา (ที่ชั้นไม่ได้คิดไปเอง)  เหล่าเด็กแนวไทยแอบเครียด เรื่องที่อยู่นิดส์ เพราะเผลอๆ อาจได้จ่ายเยอะกว่าค่าตั๋วมาโคเชลล่าอีกนะเนี่ย  ทีนี้เอาไง พวกเราก็ต้องหาที่พักแบบซุกหัวนอนให้ได้  แล้วเราก็มาเจอทางออก ที่มันอยู่บนโลกออนไลน์นี่เอง  ด้วยการเข้าไปในเว็บบอร์ดของโคเชลล่า Coachella Board แหล่งพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ทุกเรื่องเกี่ยวกับโคเชลล่า ที่เราสามารถไปสมัคร แล้วโพสต์ถามข้อมูลได้ตลอด และด้วยความเป็นอเมริกันสไตล์ ที่เปิดกว้าง คุยกันได้ ค่อนข้างมีตัวตน บอร์ดนี้เลยมีคนที่ทั้งเคยไปและหน้าใหม่มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเยอะ

แล้วพวกเราก็โชคดีไปเจอ หนุ่มคนหนึ่งประกาศให้เช่าพื้นที่สวนหลังบ้าน ให้คนที่ไปโคเชลล่ามากางเต๊นท์ ตกคืน/คนละ 600 บาทเอ๊งงงงง  กรี๊ดดดดนี่แหละที่ชั้นต้องการ แถมบ้านเค้าก็ห่างจากที่จัดงานแค่สามกิโลด้วย  เราก็รีบพุ่งส่งอีเมลไปคุยกับเค้าทันที  คุยไปคุยมาเราก็ได้พื้นที่ 4×5 ตารางเมตร สำหรับกางเต็นท์ (ที่ต้องขนมาเอง) ที่สวนหลังบ้านเค้า มีห้องน้ำ และห้องครัวในบ้านให้ใช้ฟรีด้วย แถมอาหารเช้านิดหน่อย  เท่านี้เราก็ดีใจมากๆ แล้วฮ่ะ  งานโคเชลล่า ก็ถือว่าเป็นช่วงทำเงินของคนแถบนั้นเช่นกัน เพราะคนเกือบสองแสนคนไปบุกเมืองเค้า (ตลอดสองสัปดาห์) ขนาดนั้น มันก็ต้องมีความวุ่นวายกันพอสมควร  แต่คนเมืองนี้เค้าน่ารัก อัธยาศัยดี ช่วยเหลือเหล่ากะเหรี่ยงเด็กแนวอย่างพวกเราอยู่มาก ทั้งเรื่องที่อยู่ การเดินทาง จิปาถะ (ที่เจ้าของบ้านเค้าขับรถไปรับ-ส่งพวกเราตลอดทั้งสามวัน!!)

coachella_2012_10

นอนเต๊นท์สวนหลังบ้าน Backyard Camping ของจริง

coachella_2012_11

วิวทิวทัศน์ของเมืองกลางทะเลทราย

coachella_2012_12

วิวทิวทัศน์ของเมืองกลางทะเลทราย

Tips : สำหรับการไปโคเชลล่าที่เซฟค่าใช้จ่ายที่สุด คงเป็นการนอนเต๊นท์ข้างในเฟสติวัล  (Car Camping) แต่ท้ังนี้เราต้องมีรถขนอุปกรณ์และมีเพื่อนไปกันหลายๆ คน เพราะมีกันหลายคนช่วยกันแชร์ค่าอาหาร ค่าเหล้า จะคุ้มค่ากว่ามาก  แต่ถ้าไปกันไม่เยอะ แนะนำให้รีบจองโรงแรม ที่พัก กันล่วงหน้า 4 เดือนอย่างต่ำ เพราะที่พักถูกๆ จะถูกจองกันหมดเร็วมาก  ยิ่งโคเชลล่าประกาศไลน์อัพแล้ว คนจะเริ่มกระหน่ำจองที่พักกันอย่างรวดเร็ว  อันนี้พวกเราเจอมาแล้วเพราะชิลไปหน่อย กว่าจะจองที่พักกัน ก็ไม่เหลือที่ถูกๆ ให้อยู่แล้วจ้า

เอาละ พาตัวเองไปถึงเมือง Indio, มีที่ซุกหัวนอนแล้ว บัตรเข้างานพร้อม, ชุดเข้างานพร้อม, ร่างกายพร้อม ใจพร้อม, ถือตารางขึ้นโชว์ของทุกวงในงานกับมือ, นั่งรถมาลงหน้างาน, เดินเข้าตรวจตัวกับการ์ด  (ผ่านพร้อมแสงโสมแอบอยู่ในกระเป๋า)  และเราก็เข้ามาสู่โลกของเสียงดนตรีและศิลปะในฝันของพวกเรากันแล้ว!!

coachella_2012_13

เอี๊ยดดดดด!! ขอคั่นความสนุกจบตอนที่หนึ่งไว้ตรงนี้ก่อน  เดี๋ยวติดตามอ่านตอนที่สองของเด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 เรื่องราวทั้งสามวันของการผจญภัยในโคเชลล่าเฟสติวัล ได้ที่  POPpaganda เร็วๆ นี้  รับรองอ่านสนุกเหมือนได้ไปลุยเองจริงๆ จ้า

*

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 2

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 3

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนสุดท้าย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt