LGBTQ

ณิชา ชัยพฤกษ์ – ไม่ชนะมิสทิฟฟานี่ แต่ชนะใจ

May 21, 2012

LINE it!
-ทำไมถึงตัดสินใจประกวดมิสทิฟฟานี่
เหตุผลเดียวก็คือ self-motivation เป็นแรงผลักดันจากตัวเองคะ คือเดิมทีเป็นคนชอบดูการประกวดนางงามอยู่แล้ว แต่คิดว่าเรื่องการประกวดเองนี่เป็นเรื่องไกลตัวมากเพราะไม่คิดว่ามีคุณสมบัติการเป็นนางาม จนวันนึงมานั่งคิดว่าอยากมีเรื่องไว้เล่าหลังเกษียณอายุทำงาน บวกกับเพื่อนๆยุนิดหน่อย ก็เลยตัดสินใจสัคร
-มั่นใจแค่ไหนในการลงประกวด
ไม่มั่นใจเลย  ตอนเห็นเวทีก็ขาสั่นแล้ว ขึ้นบนเวทีนี่แทบทรงตัวไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงเชียร์ก็คิดอย่างเดียวว่าทำเต็มที่ค่ะ
-คิดว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะได้ตำแหน่งมีมากเท่าไหร่
คนอื่นจะบอกเสมอว่ามีโอกาสนะ แต่สำหรับตัวเองคิดว่าสูงสุดคือรางวัลพิเศษ
-รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคไหมที่ตัวเองแตกต่างจากผู้เข้าประกวดทั่วไปตรงที่ผิวคล้ำ
ไม่ได้คิดว่าเป็นอุปสรรคค่ะ เพราะถ้าคิดว่าเป็นอุปสรรคเราคงต้องจัเการอะไรกับมัน คิดว่าการมีผิวคล้ำเป็รความท้าทายมากกว่าที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับเวทีค่ะ พยายามคิดว่าการมีผิวคล้ำไม่ใอปสรรค แค่ไม่ได้รับความนิยมเพราะฉะนั้นเราต้องเอาอะไรอย่างอื่นเข้าสู้ เช่นบุคลิกภาพ คาแรคเตอร์ โพรไฟล์ค่ะ ปัญหาจากผิวคล้ำมีอย่างเดียวคือ หาแป้งกับรองพื้นยากหน่อย แค่นั้นเองค่ะ
-คิดอย่างไรกับค่านิยมบ้าความผิวขาวของคนไทย
ก็ต้องยอมรับอะค่ะ เรื่องของค่านิยมเหมือนเป็นเรื่องที่นักการตลาดสมัยดึกดำบรรพ์สร้างมา คนนิยมความขาวคงคล้ายๆกับคนนิยมทอง วันนึงจะให้คนหันมาชอบสังกะสีดีบุกก็คงยาก เพราะฉะนั้นจะให้คนเลิกนิยมผิวขาวก็คงยากเหมือนกัน เราให้เขาชอบจุดอื่นของเราคงง่ายกว่า
-คิดอย่างไรกับค่านิยมของคนไทยในขณะนี้ที่พยายามจะทำให้ตนเองดูเหมือนคนเกาหลี/ญี่ปุ่น
คิดว่านักการตลาดเค้าเก่งจังค่ะ เทรนที่เกิดขึ้นทุกอย่างมักจะเกิดมาจากแคมเปญการตลาด เราเป็นกลุ่มลูกค้าที่เลือกจะชอบหรือซื้อสินค้าเหล่านั้น โดยส่วนตัวเป็นคนเคารพความคิดคนอื่นอยู่แล้ว ดังนั้นหากอย่างให้เค้าหันมานิยมในความเป็นคนไทย เราก็ต้องสร้างแคมเปญการตลาดให้เค้าเห็นว่าเป็นแล้วดีอย่างไร
-ได้มีการทำอะไรกับร่างกายมาบ้างหรือเปล่า
เคยโบท็อกซ์ยกหางคิ้วให้เท่ากันสองครั้งค่ะ
-คิดว่าตัวเองแตกต่างจากผู้เข้าประกวดทั่วไปอย่างไร
น่าจะเป็นคาร์แรกเตอร์ที่ไม่เหมือนนางงามทั่วไป ด้วยความที่(คิดว่า)ตัวเองเป็นคนครีเอทีฟ ดังนั้นการนำเสนอหรือบุคลิกภาพก็จะต่างจากคนอื่น เช่นการตอบคำถามก็จะพยายามตอบไม่ให้เป็นบล๊อคนางงาม แต่ให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด
-หากได้ตำแหน่ง จะทำอย่างไรบ้าง ตามที่ตอบคำถามว่าต้องการเป็น role model
ไม่ได้บอกว่าต้องการเป็น role model นะคะ แต่บอกว่าอยากจะมีโอกาสมี่จะชู role model ใหม่ๆของสาวประเภทสองให้กับสังคมได้รู้ เพื่อลดปัญหาการตีตราว่าสาวประเภทองมีขีดจำกัดในเรื่องของการประกอบอาชีพหรือความสามารถ อันเป็นสาเหตุของปัญหาการปฎิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันของสาวประเภทสอง
-คิดว่าตัวเองสามารถเป็น role model ในแง่ไหนบ้าง
เรื่องของการเรียนมั้งคะ แต่เด๊ยวนี้สาวประเภทสองก็เรียนเก่งเยอะมาก ไม่ทราบว่ายังเป็นได้อีกรึป่าว แต่จริงๆ อยากเป็น role model แบบ สวยด้วย เรียนเก่งด้วย อะไรแบบนี้
-งานอดิเรกชอบทำอะไรคะ
ก็เล่นบอร์ดนางงามค่ะ www.t-pageant.com เล่นเฟซบุค ทวิตเตอร์ แบบออฟไลน์ก็ตีแบดค่ะ
-มีแฟนหรือยังคะ
TT
-ชอบผู้ชายแบบไหน
ชอบคนเก่ง ดูแลเราได้  เป็นที่พึ่งให้เราเสมอ อ้วนหน่อยๆ
-อนาคตน้องอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ต้องการอะไรบ้างในชีวิต
ก็อยากเป็นสาวประเภทสองที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีหน้าที่การงานที่ดี ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยนาลัยดังหวัง
-โครงการที่จะทำหลังจากการประกวดคือ
ก็ดำเนินงานในการรณรงค์ความเท่าเทียมกันต่อสาวประเภทสองร่วมกับเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย(thailand transgender alliance) ต่อไปค่ะ key message ในปีนี้คือ “กะเทยไม่ป่วย” เป็นการรณรงค์ให้เพิกถอนกะเทยออกจากการเป็นโรคในบัญชีจำแนกโรคคะ
-เล่าให้ฟังถึงการโดนลบหลู่ เหยียดหยาม เพราะเราเป็นกะเทย ครั้งที่รุนแรงที่สุด
เล่าตามจริงคือไม่เคยโดนรุนแรงจนต้องเก็บมาเสียใจเลยค่ะ เคยเจอก็แค่โดนแซวบ้าง
-คิดว่าวงการกะเทย/สาวประเภทสองในบ้านเราเป็นอย่างไร
ตอบยากมากค่ะ เพราะตัวเองมีเพื่อนที่พบปะสังสรรที่เป็นสาวประเภทสองค่อนข้างน้อย แต่คิดว่าวงการสาวประเภทสองบ้านเรามีทัศนคติในการมุ่งสู่ความสวยเป็นหลัก ซึ่งไม่ผิด เพราะสาวประเภทสองก็ต้องคู่กับความสสวยงาม แต่หากเป็นไปได้อยากให้เสริมสร้างความสามารถควบคู่ไปกับความสวยด้วยค่ะ
-คิดว่าสาวประเภทสองจะสมหวังในความรัก และมีรักแท้ มีชีวิตคู่เหมือนคนทั่วไปได้หรือเปล่า
ต้องยอมรับว่าน้อยกว่าเพศอื่นนะคะ สาวประเภทสองคือผู้หญิงประเภทหนึ่งซึ่งตามธรรมชาติต้องคู่กับชายแท้ ส่วนตัวคิดว่า การยอมรับว่าลูกชายตัวเองเป็นสาวประเภทสองว่ายากแล้ว การยอมรับว่าลูกชายตัวเองเป็นแฟนกับสาวประเภทสองยิ่งยากกว่า
-จะลงประกวดที่ไหนอีกหรือเปล่า
เวที miss Tiffany Universe 2012 ให้ประสบการณ์ที่มีค่ามากและเป็นเวทีที่ทรงเกียรติมาก คิดว่าคงพอแล้วกับการประกวดด้านนี้ค่ะ
-ชอบฟังเพลงของใครบ้าง
ชอบเพลงอินดี้หน่อยๆค่ะ กับเพลงเพื่อชีวิตแนวใต้ๆ
-ถ้าให้เลือกอย่างเดียวระหว่างการมีการงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง กับการมีความรักที่ประสบความสำเร็จกับผู้ชายที่ดี จะเลือกอะไร
คิดว่าคงเลือกการประสบความสำเร็จกับผู้ชายที่ดีค่ะ เพราะชีวิตของคนเราสั้นนะคะ ที่ทุกคนดิ้นรนก็เพื่อการสร้างความสุขให้กับตัวเองค่ะ

nicha_betti_chaiyapreuk_01

โดย  ธิชา ชัยวรศิลป์


ถึงแม้เบ๊ตตี้-ณิชา ชัยพฤกษ์ จะไม่ได้ครองตำแหน่งมิสทิฟฟานี่ แต่สาวพัทลุงคนนี้ก็ชนะใจผู้คนจำนวนมาก และสร้างประวัตศาสตร์หน้าใหม่ของการประกวดมิสทิฟฟานี่ด้วยความงามอันแหกขนบการประกวดนางงามในเมืองไทย

nicha_betti_chaiyapreuk_02

nicha_betti_chaiyapreuk_03

nicha_betti_chaiyapreuk_04

nicha_betti_chaiyapreuk_05

nicha_betti_chaiyapreuk_06

nicha_betti_chaiyapreuk_07

nicha_betti_chaiyapreuk_08

nicha_betti_chaiyapreuk_09

nicha_betti_chaiyapreuk_10

nicha_betti_chaiyapreuk_11

nicha_betti_chaiyapreuk_12

nicha_betti_chaiyapreuk_13

nicha_betti_chaiyapreuk_14

nicha_betti_chaiyapreuk_15

nicha_betti_chaiyapreuk_16

เบตตี้-ณิชา ชัยพฤกษ์ ผู้เข้าประกวดหมายเลขสิบสอง วัยยี่สิบสี่ปี ยืนอยู่บนความสูงร้อยเจ็ดสิบหก และน้ำหนักห้าสิบห้ากิโลกรัม สร้างความตะลึงลานด้วยใบหน้าคมเข้มและผิวคล้ำจัด คุณสมบัตินี้ทำให้เธอเป็นผู้เข้าประกวดที่โดดเด่นที่สุดท่ามกลางสาวงามผิวขาวซีดที่หน้าตาเหมือนขนมคุกกี้ที่เคาะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน หรือเหมือนสาวๆ ในหนังสเต็พฟอร์ดไวฟ์สฺ ไม่แต่เพียงเท่านั้น การตอบคำถามอันฉลาดเฉลียวที่ดูจริงใจไม่เสแสร้งก็ยิ่งทำให้เธอชนะใจคนดู

เธอทำให้การประกวดครั้งนี้มีนัยยะน่าสนใจ (แม้กระทั่งกับคนที่ไม่สนการดูประกวดนางงามเช่นฉัน) เธอกลับกลายเป็นตัวแทนของฝูงชนที่รังเกียจค่านิยมการบูชาคนผิวขาวที่สื่อและวงการโฆษณายัดเยียดให้พวกเราอย่างหนักหน่วงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกคนที่เชียร์ให้เธอชนะล้วนมีความหวังริบหรี่ว่า คณะกรรมการอาจเปิดใจกว้าง ไม่บ้าตามกระแสของผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งและกลูต้า และกระแสความงามสไตล์เกาหลีหรือญี่ปุ่น แล้วยอมรับความงามแบบไทยแท้ได้อย่างภาคภูมิใจ

ท้ายที่สุดแล้ว การได้เข้ารอบและครองตำแหน่งรองอันดับหนึ่งก็เป็นชัยชนะอย่างหนึ่ง เป็นนิมิตหมายใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า ในสังคมไทยยังมีเนื้อที่สำหรับคนผิวคล้ำ มิใช่ถูกเหยียดหยามล้อเลียนเช่นทุกวันนี้

POPpaganda สัมภาษณ์สาวงามคนนี้ด้วยความชื่นชมในความฉลาดเฉลียวและสีผิวคล้ำเนียนสุดเซ็กซี่ เพราะเราอยากจะประกาศว่า ในบ้านนี้เมืองนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีผิวขาวจึงจะประสบความสำเร็จ—เหมือนที่พวกเรากำลังถูกพรอพาแกนด้าอยู่ทุกวันนี้

-ทำไมถึงตัดสินใจประกวดมิสทิฟฟานี่?

เหตุผลเดียวก็คือ self-motivation เป็นแรงผลักดันจากตัวเองคะ คือเดิมทีเป็นคนชอบดูการประกวดนางงามอยู่แล้ว แต่คิดว่าเรื่องการประกวดเองนี่เป็นเรื่องไกลตัวมาก เพราะไม่คิดว่ามีคุณสมบัติการเป็นนางาม จนวันนึงมานั่งคิดว่าอยากมีเรื่องไว้เล่าหลังเกษียณอายุทำงาน บวกกับเพื่อนๆ ยุนิดหน่อย ก็เลยตัดสินใจสมัคร

-มั่นใจแค่ไหนในการลงประกวด?

ไม่มั่นใจเลย  ตอนเห็นเวทีก็ขาสั่นแล้ว ขึ้นบนเวทีนี่แทบทรงตัวไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงเชียร์ก็คิดอย่างเดียวว่าทำเต็มที่ค่ะ

-คิดว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะได้ตำแหน่งมีมากเท่าไหร่?

คนอื่นจะบอกเสมอว่ามีโอกาสนะ แต่สำหรับตัวเองคิดว่าสูงสุดคือรางวัลพิเศษ

-รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคไหมที่ตัวเองแตกต่างจากผู้เข้าประกวดทั่วไปตรงที่ผิวคล้ำ?

ไม่ได้คิดว่าเป็นอุปสรรคค่ะ เพราะถ้าคิดว่าเป็นอุปสรรคเราคงต้องจัดการอะไรกับมัน คิดว่าการมีผิวคล้ำเป็นความท้าทายมากกว่าที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับเวทีค่ะ พยายามคิดว่าการมีผิวคล้ำไม่ใช่อุปสรรค แค่ไม่ได้รับความนิยมเพราะฉะนั้นเราต้องเอาอะไรอย่างอื่นเข้าสู้ เช่นบุคลิกภาพ คาแรคเตอร์ โพรไฟล์ค่ะ ปัญหาจากผิวคล้ำมีอย่างเดียวคือ หาแป้งกับรองพื้นยากหน่อย แค่นั้นเองค่ะ

-คิดอย่างไรกับค่านิยมบ้าความผิวขาวของคนไทย?

ก็ต้องยอมรับค่ะ เรื่องของค่านิยมเหมือนเป็นเรื่องที่นักการตลาดสมัยดึกดำบรรพ์สร้างมา คนนิยมความขาวคงคล้ายๆ กับคนนิยมทอง วันนึงจะให้คนหันมาชอบสังกะสีดีบุกก็คงยาก เพราะฉะนั้นจะให้คนเลิกนิยมผิวขาวก็คงยากเหมือนกัน เราให้เขาชอบจุดอื่นของเราคงง่ายกว่า

-คิดอย่างไรกับค่านิยมของคนไทยในขณะนี้ที่พยายามจะทำให้ตนเองดูเหมือนคนเกาหลีหรือญี่ปุ่น?

คิดว่านักการตลาดเค้าเก่งจังค่ะ เทรนด์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างมักจะเกิดมาจากแคมเพญการตลาด เราเป็นกลุ่มลูกค้าที่เลือกจะชอบหรือซื้อสินค้าเหล่านั้น โดยส่วนตัวเป็นคนเคารพความคิดคนอื่นอยู่แล้ว ดังนั้นหากอยากให้เค้าหันมานิยมในความเป็นคนไทย เราก็ต้องสร้างแคมเพญการตลาดให้เค้าเห็นว่าเป็นแล้วดีอย่างไร

-ได้มีการทำอะไรกับร่างกายมาบ้างหรือเปล่า?

เคยโบท็อกซ์ยกหางคิ้วให้เท่ากันสองครั้งค่ะ

-คิดว่าตัวเองแตกต่างจากผู้เข้าประกวดทั่วไปอย่างไร?

น่าจะเป็นแคแร็คเตอร์ที่ไม่เหมือนนางงามทั่วไป ด้วยความที่คิดว่าตัวเองเป็นคนครีเอทีฟ ดังนั้นการนำเสนอหรือบุคลิกภาพก็จะต่างจากคนอื่น เช่นการตอบคำถามก็จะพยายามตอบไม่ให้เป็นบล็อคนางงาม แต่ให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

-หากได้ตำแหน่ง จะทำอย่างไรบ้าง ตามที่ตอบคำถามว่าต้องการเป็นโรลโมเดล?

ไม่ได้บอกว่าต้องการเป็นโรลโมเดลนะคะ แต่บอกว่าอยากจะมีโอกาสที่จะชูโรลโมเดลใหม่ๆ ของสาวประเภทสองให้กับสังคมได้รู้ เพื่อลดปัญหาการตีตราว่าสาวประเภทองมีขีดจำกัดในเรื่องของการประกอบอาชีพหรือความสามารถ อันเป็นสาเหตุของปัญหาการปฎิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันของสาวประเภทสอง

-คิดว่าตัวเองสามารถเป็นโรลโมเดลในแง่ไหนได้บ้าง?

เรื่องของการเรียนมั้งคะ แต่เดี๋ยวนี้สาวประเภทสองก็เรียนเก่งเยอะมาก ไม่ทราบว่ายังเป็นได้อีกรึเปล่า แต่จริงๆ อยากเป็นโรลโมเดลแบบสวยด้วย เรียนเก่งด้วย อะไรแบบนี้

-จะลงประกวดที่ไหนอีกหรือเปล่า?

เวที Miss Tiffany Universe 2012 ให้ประสบการณ์ที่มีค่ามากและเป็นเวทีที่ทรงเกียรติมาก คิดว่าคงพอแล้วกับการประกวดด้านนี้ค่ะ

-โครงการที่จะทำหลังจากการประกวดคือ?

ก็ดำเนินงานในการรณรงค์ความเท่าเทียมกันต่อสาวประเภทสองร่วมกับเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย (Thailand Transgender Alliance) ต่อไปค่ะ key message ในปีนี้คือ “กะเทยไม่ป่วย” เป็นการรณรงค์ให้เพิกถอนกะเทยออกจากการเป็นโรคในบัญชีจำแนกโรคค่ะ

-งานอดิเรกชอบทำอะไร?

ก็เล่นบอร์ดนางงามค่ะ www.t-pageant.com เล่นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ แบบออฟไลน์ก็ตีแบดค่ะ

-ชอบผู้ชายแบบไหน?

ชอบคนเก่ง ดูแลเราได้  เป็นที่พึ่งให้เราเสมอ อ้วนหน่อยๆ

-อนาคตอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ต้องการอะไรบ้างในชีวิต?

ก็อยากเป็นสาวประเภทสองที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีหน้าที่การงานที่ดี ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยดังหวัง

-เล่าให้ฟังถึงการโดนลบหลู่ เหยียดหยาม เพราะเราเป็นกะเทย ครั้งที่รุนแรงที่สุด

เล่าตามจริงคือไม่เคยโดนรุนแรงจนต้องเก็บมาเสียใจเลยค่ะ เคยเจอก็แค่โดนแซวบ้าง

-คิดว่าวงการกะเทย/สาวประเภทสองในบ้านเราเป็นอย่างไร?

ตอบยากมากค่ะ เพราะตัวเองมีเพื่อนที่พบปะสังสรรค์ที่เป็นสาวประเภทสองค่อนข้างน้อย แต่คิดว่าวงการสาวประเภทสองบ้านเรามีทัศนคติในการมุ่งสู่ความสวยเป็นหลัก ซึ่งไม่ผิด เพราะสาวประเภทสองก็ต้องคู่กับความสสวยงาม แต่หากเป็นไปได้อยากให้เสริมสร้างความสามารถควบคู่ไปกับความสวยด้วยค่ะ

-คิดว่าสาวประเภทสองจะสมหวังในความรัก และมีรักแท้ มีชีวิตคู่เหมือนคนทั่วไปได้หรือเปล่า?

ต้องยอมรับว่าน้อยกว่าเพศอื่นนะคะ สาวประเภทสองคือผู้หญิงประเภทหนึ่งซึ่งตามธรรมชาติต้องคู่กับชายแท้ ส่วนตัวคิดว่า การยอมรับว่าลูกชายตัวเองเป็นสาวประเภทสองว่ายากแล้ว การยอมรับว่าลูกชายตัวเองเป็นแฟนกับสาวประเภทสองยิ่งยากกว่า

-ชอบฟังเพลงของใครบ้าง?

ชอบเพลงอินดี้หน่อยๆ ค่ะ กับเพลงเพื่อชีวิตแนวใต้ๆ

-ถ้าให้เลือกอย่างเดียวระหว่างการมีการงานที่ประสบความสำเร็จ กับการมีความรักที่ประสบความสำเร็จกับผู้ชายที่ดี จะเลือกอะไร?

คิดว่าคงเลือกการประสบความสำเร็จกับผู้ชายที่ดีค่ะ เพราะชีวิตของคนเราสั้นนะคะ ที่ทุกคนดิ้นรนก็เพื่อการสร้างความสุขให้กับตัวเองค่ะ

*

[ภาพจาก ณิชา เบตตี้ ชัยพฤกษ์ แฟนเพจ]

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt