SSENSE GLOBAL

LIFESTYLE& TRAVEL

TRAVEL: เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 3

May 31, 2012

LINE it!

coachella_2012_01

เรื่องและรูปโดย  Lady Soma


หลังจากผ่านวันแรกของการรับน้องแบบ โหด มันส์ ฮา ของงานเทศกาลดนตรีโคเชลล่า 2021 มาแล้ว สามเด็กแนวจากประเทศไทยก็พร้อมลุยงานวันที่สองและสามด้วยการจัดเต็ม! พร้อมรับทุกสภาพอากาศและสถานการณ์ มาติดตามกันเลยว่าสองวันสุดท้ายของานโคเชลล่าพวกเราจะเจอเรื่องสนุกๆ อะไรบ้าง เริ่มเลยที่


[ความเดิมจากตอนที่แล้ว – เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 2 [travel]]

ตะลุยโคเชลล่า Day 2

เปิดมาวันที่สองด้วยความพร้อมของเหล่าเด็กแนวไทย ขนกระเป๋าใบใหญ่ที่บรรจุไปด้วย เสื้อแจ็คเก็ต ถุงเท้า เลกกิ้ง และผ้าพันคอ แบบกันหนาวมาเต็มที่ เพราะเราเรียนรู้สภาพอากาศทะเลทรายที่อุณหภูมิต่างกันแบบสุดขั้วมาแล้ว  งานนี้เราเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดโหด  พร้อมเครื่องช่วยในการดำรงชีวิตในเฟสติวัลสำหรับพวกเรา คือแสงโสม (ที่ขนกันมาจากเมืองไทย) แอบอยู่ในซอกหลืบลึกๆ ของกระเป๋า (งานนี้เค้าไม่ให้เอาเครื่องดื่มจากข้างนอกเข้างานนะจ๊ะ ถ้าจะแอบเข้าไป ต้องใช้ความสามารถพิเศษของแต่ละบุคคล) เอาละ  พร้อมลุย!!

coachella_2012_02

เดินตามหลังเด็กไฮสคูลเข้างาน

coachella_2012_03

แก๊งจักรยานเค้าก็มากันเป็นทีม

วันนี้อากาศถือว่าดีขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะมาก อุณหภูมิ  25-26 องศา แดดแรง ลมแรงแต่ไม่หนาว และคนก็แรงพอกัน เพราะมันร้อนของฝรั่งนี่หน่า ก็จัดเต็มกันมาทั้งสาวบิกินี่ หนุ่ม topless เสื้อกล้าม เสื้อฮาวาย โบโฮ ฯลฯ เรียกว่าแฟชั่นการแต่งตัวของเหล่าคนมางานโคเชลล่ามีความหลากหลายและสร้างสรรค์ แบบดูก็รู้เลยว่า พวกยูคิดกันมาก่อนแล้วใช่ไหม ว่าวันนี้จะใส่อะไร เหมือนชั้นเลย!!!

coachella_2012_04

อาหารตาขณะยืนรอต่อแถวเข้างาน

coachella_2012_05

25 C อากาศร้อนฝรั่งเค้าละ

ขณะที่เดินไปถึงหน้าประตูงาน เราก็กวาดตามองไปรอบข้างที่ส่วนของ camping site สำหรับคนที่ขนเต๊นท์มากินนอนกันในโคเชลล่า  ก็พบหลากหลายกิจกรรมของคนมาแคมปิ้งยามอากาศดี อาทิ เล่นเกม ปิ้งบาบีคิว กินเหล้า เปิดเต๊นท์ปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน จนเกิดเป็นคำถามในใจว่า เอ๊ะ แล้วที่มาแคมปปิ้งกันแบบนี้มันได้ดูวงดนตรีไรกันป่าววะ?? เออก็น่าคิด เพราะดูเค้าเอ็นจอยกับการอยู่ตรงแคมปิ้งมาก แล้วก็อยู่กันทั้งวัน กลางคืนก็มีปาร์ตี้กันในเต๊นท์ต่อ แต่มาทบทวนอีกที ก็คิดได้ว่าการมาเทศกาลดนตรีของฝรั่งคือ การมาพักผ่อน สังสรรค์ พบปะเพื่อนใหม่ พร้อมฟังดนตรี ซึ่งโอกาสที่พวกเค้าจะได้ดูวงดนตรี (ที่พวกเราเด็กไทยกว่าจะได้ดู) ต่างๆ นั้นมีมากมาย ดูได้ตลอดทั้งปีทั้งชาติ  ซึ่งพวกเรากว่าจะได้มางานโคเชลล่าก็เก็บเงินกันเป็นปี มาทั้งทีก็ต้องดูวงให้คุ้ม  ถึงแม้ว่าอยากจะไปแจมพวกแค้มปิ้งแค่ไหน เราก็ต้องเดินหน้าเข้างานไปก่อนเพื่อไปดูวงที่เราชอบให้ทันในที่สุด

coachella_2012_06

โซนแคมปิ้งของคนมาร่วมงานโคเชลล่า

coachella_2012_06_1

ฝรั่งตั้งเต๊นท์กันเป็นบ้านเป็นเมืองเลยก็ว่าได้

coachella_2012_07

สนามเด็ก (โข่ง) เล่น

coachella_2012_08

จุดชาร์จแบ็ตมือถือสำหรับมนุษย์เสพติดการอัพเดทออนไลน์

ตะลุยโคเชลล่า Day 2 : ลุยลานเบียร์

วันนี้ถือว่าชิลมากสำหรับพวกเรา เพราะตารางวงที่อยากดูไม่แน่นมากเท่าวันแรก เลยมีโอกาสไปสำรวจตามจุดต่างๆ ในงาน และจุดแรกที่เราตรงดิ่ง (แบบไม่ต้องคิด) เข้าไปทันทีคือ ‘Beer Garden’

coachella_2012_09

ทางเข้าลานเบียร์เป้าหมายสำคัญของเราในวันนี้

เอี๊ยดดด!!! โดนการ์ดตัวยักษ์สะกัดก่อนเข้าลานเบียร์ เค้าบอกว่าเราต้องไปแลกสายข้อมือก่อนถึงจะเข้าได้นะสิ อ๋อเหรอ เทศกาลนี้เค้าจำกัดเด็กอายุต่ำกว่า 21 ปี ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา  เพราะฉะนั้นจะเข้าลานเบียร์ต้องเอา ID ของเราไปให้เจ้าหน้าที่เช็คก่อน ถ้าอายุถึงเค้าถึงจะให้สายรัดข้อมือมา เพื่อเข้าไปซื้อเครื่องดื่มในลานเบียร์ได้นั้นเอง  ซึ่งเราขอชื่นชมในระบบการจัดการของโคเชลล่า  ที่ในลานเบียร์ต้องให้คนที่มีสายรัดข้อมือเท่านั้นเข้าไป และซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์  โดยที่ทุกคนต้องดื่มเหล้าหรือเบียร์ที่ซื้อให้หมดในบริเวณลานเบียร์ ห้ามเอาออกไปข้างนอกเด็ดขาด (การ์ดคุมเข้มและดุมาก) เพราะฉะนั้น ตามเวทีต่างๆ ในงานนี้จะไม่มีใครถือแก้วเหล้าหรือเบียร์มาดื่มพร้อมชมคอนเสิร์ตเลย  ถือว่าสะกัดคนเมาเรื้อน ทำเหล้าหกใส่คนอื่น เด็กวัยรุ่นขี้เมา และอีกหลายเรื่องกวนใจตรงพื้นที่ดูคอนเสิร์ตได้พอสมควร  ทั้งนี้เค้าห้ามแต่ถือแก้วเหล้าบริเวณเวทีคอนเสิร์ต แต่อย่างอื่นไม่ห้ามนะจ๊ะ เดากันเอาเอง ว่าคนไม่กินเหล้าเค้าทำอะไรกันขณะดูคอนเสิร์ต  (ส่วนคนเขียนก็แอบจิบแสงโสมไป เต้นจนปวดขา และร้องเพลงจนเสียงแหบฮ่ะ)

coachella_2012_10

บรรยากาศและผู้คนในลานเบียร์

coachella_2012_11

ลานเบียร์โคเชลล่าวิวเค้าเริ่ดจริงๆ

coachella_2012_12

เบียร์หนึ่งแก้วราคา 7 เหรียญฮ่ะ จะเมาต้องคำนวนเงินดีๆ

ตะลุยโคเชลล่า Day 2 : อาหารการกิน

ใช่ว่าพวกเราจะเป็นมนุษย์ตับเหล็กกินแต่เหล้าอย่างเดียว ข้าวเราก็กินเหมือนกันจ้า!! บูธอาหารในโคเชลล่าก็มีให้เลือกมากมาย หลายจุด มีชนิดอาหารตั้งแต่ฝรั่งยันเอเชี่ยน  ซึ่งรสชาติก็แล้วแต่คนชอบ แต่ส่วนใหญ่เราก็กินเพื่ออยู่ และมีแรงไปดูคอนเสิร์ต อาหารง่ายๆ พวกไก่ทอด เฟรนช์ฟราย พิซซ่า หรือบางทีสลับมากินข้าวเกาหลี ก็ได้ลองมาหลายอย่าง แต่วินาทีนั้นเมนูอาหารที่คิดถึงมากที่สุดคือ ข้าวไข่เจียว (ปีหน้าใครก็ได้ช่วยมาเปิดร้านขายข้าวไข่เจียวทีเหอะ รับรองลูกค้าเต็มแน่ๆ) อาหารที่งานนี้เค้าดีอยู่อย่างนะ ที่ทุกร้านของไม่เคยหมด หิวเมื่อไหร่กินได้ทุกเวลา แม้กระทั่งเวลางานเลิกก็ยังมีอาหารขาย ไม่หมด ไม่ทิ้งลูกค้าให้ต่อแถวรอนานด้วย

coachella_2012_13

เน้นอาหารให้พลังงานสำหรับการวิ่งไปดูวงตามเวทีต่างๆ

coachella_2012_14

มีบูธอาหารให้เลือกหลากหลาย

Note: ทั้งคิวเบียร์และคิวร้านอาหารของงานนี้ เรียกได้ว่าเป็นการต่อแถวที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ของเทศกาลดนตรีที่เราเคยไปมา ไม่ถึงห้านาทีได้กินข้าวแล้ว และไม่ถึงสามนาทีได้กินเบียร์แล้ว รวดเร็วทันใจมาก ขนาดคนมางานตั้งแสนคน ถือเป็นจุดสำคัญของมิวสิคเฟสติวัล เพราะการต่อแถวซื้ออาหารและเครื่องดื่มนานๆ ทำให้เราพลาดวงที่เราอยากดู เสียเวลาทำอย่างอื่นมาก แต่งานโคเชลล่าทำให้ทุกเรื่องง่ายและสะดวก ไม่เคยห่วงว่าจะดูวงไหนไม่ทัน ขอปรบมือให้ค่า

ตะลุยโคเชลล่า Day 2 : คอนเสิร์ตมาแล้ว!!

วงแรกของวันที่สองเปิดด้วย The Vaccines ที่ Gobi Stage ถือเป็นหนึ่งในวงจากอังกฤษที่ฮิพสเตอร์อเมริกันชอบกันมาก เพลงเค้าก็มันส์และสนุก ขนกันมาแบบฮิตๆ อาทิ Post Beark-Up Sex, Norgaard, All in White, If You Wanna ให้คนดูร้องและเต้นไม่หยุด พอเสร็จพวกเราก็รีบวิ่งสุดชีวิตไปจองพื้นที่หน้าเวทีก่อนวง Black Lips ขึ้น  วงอเมริกันพังค์ร็อค ขวัญใจแฟนๆ ขณะที่่หน้าเวทีเต็มไปด้วยแฟนพันธุ์แท้ของวง (ชายแท้เท่ๆ แมนๆ สไตล์ Vice Magazine) วงก็ขึ้นมาจัดเต็มกับเพลงฮิต พร้อมเอนเตอร์เทนคนดูกับมุขตลกของสมาชิกแต่ละวงไปพร้อมๆ กัน  งานนี้หน้าเวทีแทคและ bodysurf กันกระจายทั้งชายและหญิง ถือว่าวงนี้เล่นสดและคนดูพร้อมใจกันบ้าได้มากที่สุด  สนุกทั้งวงทั้งคนดู ไม่แปลกใจที่คอนเสิร์ตของ Black Lips แต่ละครั้งจะเต็มไปด้วยคนบ้าๆ สนุกๆ ร้องและเต้นแบบเต็มข้อ

ต่อมาเลยที่วง The Big Pink วงอิเลคโทรนิคร็อคจากลอนดอนที่พวกเราอยากดูเล่นสดมานานแล้ว  ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังอีกเช่นกันกับซาวนด์ดนตรี Noise แบบลอยๆ ที่พีคที่สุดคงจะเป็นเพลง Dominos เพลงที่คนดูพร้อมใจกันร้องเต็มที่จนจบเพลง ทำเอาสมาชิกวงปลื้มยิ้มขอบใจแฟนเพลงตลอดเวลา

coachella_2012_15

The Vaccines เท่ทั้งวง

coachella_2012_15_1

Black Lips จัดเต็มให้แฟนเพลงเต้นกันอย่างคลั่ง

coachella_2012_15_2

เหล่าหนุ่มๆ แฟนเพลงวง Black Lips

coachella_2012_16

วง The Big Pink

เราวิ่งมาต่อกันที่ main stage ช่วงบ่ายแก่ๆ แดดกำลังดี พอดีกับที่วง Kaiser Chiefs ขึ้นเล่น  นาย Ricky Wilson นักร้องเค้าเก่งเอนเตอร์เทนคนดูมากจริงๆ จากที่เห็นยืนดูกันนิ่ง วง Kaiser Cheifs ขนเพลงฮิตที่ปลุกคนดูให้มากระโดดโลดเต้นไปกับเพลงของพวกเค้าได้  และตัวนักร้องนำก็วิ่งไปทั่วเวที ปลุกชวนคนร้องเพลง แถมมีช่วงนึงที่ปีนลำโพงกลางคนดู สร้างเสียงกรี๊ดให้แฟนเพลงตลอดเวลา ทั้งมันส์ ทั้งสนุกยกให้เลยกับคอนเสิร์ตวง Kaiser Chiefs

coachella_2012_17

นักร้องนำวง Kaiser Chiefs สวมบทวานรปีนเสากล้อง

coachella_2012_18

แล้วกระโดดมาร้องเพลงท่ามกลางฝูงชน

พอแดดร่มลมตก อากาศก็เริ่มเย็นลงแล้ว แต่พวกเราเตรียมพร้อมแปลงร่างด้วยเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอ นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินกันบนพื้นหญ้าบริเวณงานกันแบบสวยๆ พร้อมฟังเพลงจากเวที main stage ที่ตอนนี้ป๋า Noel Gallagher’s High Flying Birds กำลังขึ้นร้องเพลงอยู่ มันช่างเข้ากับบรรยากาศช่วงอาทิตย์อัสดงของโคเชลล่าจริงๆ และป๋า Noel Gallagher ก็ขนทุกเพลงฮิตของวง Oasis ที่เค้าแต่งเองมาร่ำร้อง พวกเรานั่งมองแสงสุดท้ายค่อยๆ ลับขอบฟ้า ไปพร้อมกับร้องเพลง Don’t Look Back in Anger ไปด้วยกัน โอววว…อีกหนึ่งโมเม้นท์ที่รู้สึกได้ถึงความสุขที่มาจากเสียงดนตรี และช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของโคเชลล่าจริงๆ

coachella_2012_19

อาทิตย์อัสดง ณ โคเชลล่า

coachella_2012_20

หนึ่งในจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกดินได้สวยที่สุด

coachella_2012_21

ท้องฟ้าโคเชลล่ายามเย็น

ค่ำแล้วเรามาต่อที่เวทีของนักร้องสาว St.Vincent ที่หน้าเวทีเต็มไปด้วยแฟนเพลงชายล้วน และสาว Chloe นักร้องนำวง St.Vincent ก็ออกมาพร้อมกีตาร์ วาดลวดลายพร้อมร้องเพลงสะกดทุกหัวใจของชายทั้งหลาย เอาเป็นว่าเป็นวงที่ผู้ชายบ้า (เหมือนสาวๆ บ้าวงร็อคผู้ชายหล่อๆ) ทุกครั้งที่เธอเล่นจบ เสียงจากหนุ่มๆ จะตะโกนว่า ‘I Love You’ ตลอดเวลา เห็นแล้วก็แอบขำ (ที่เห็นผู้ชายกรี๊ดวงดนตรี) แต่ใจจริงอิจฉา St.Vincent เธอละ ทั้งเท่ ทั้งเก่ง แถมสวยด้วยแบบนี้ หนุ่มอินดี้คนไหนก็ตกหลุมรัก

ต่อมาเปลี่ยนให้สาวๆ อย่างพวกเราได้กรี๊ดบ้างกับ Kasabian มาแบบจัดเต็ม แบบวงและคนดูรู้แนวกันเป็นอย่างดี ทุกเพลง ทุกจังหวะ ลูกรับ-ลูกส่ง เป๊ะมาก สาวก็เยอะ หนุ่มก็เยอะเต็มหน้าเวที แล้วทุกคนร้องตามได้ทุกเพลง ตัวนักร้องนำ Tom Meighan และมือกีตาร์สุดหล่อ Sergio Pizzorno ก็มันส์ละ เอนเตอร์เทนคนดูจนจบเซ็ต แล้วแฟนเพลงต้องขออองกอร์ วงก็มาจัดเต็มให้อีกรอบ สมใจแฟนเพลงกันจริงๆ

เสร็จแล้วเราก็วิ่งมาต่อข้างนอกพร้อมสายลมเย็นยะเยือกกับวง The Shins และ Bon Iver สองวงนี้ต่อกันได้ดีจริงๆ อากาศหนาวเย็น คนดูมาเป็นคู่นั่งกอดกัน เพื่อนๆ จับกลุ่ม บ้างยืนดู บ้างนั่งดู และสายตาทุกคนจับจ้องไปที่เวที หูฟังเพลงเหมือนโดนสะกดจิต ทั้ง The Shins และ Bon Iver เล่นสดได้ดีมาก สมแล้วที่เป็นวงอินดี้ชั้นแนวหน้าของฝั่งอเมริกา ทุกเพลงเข้าถึงคนฟัง และโปรดักชั่นบนเวทีทำได้สวยงาม อลังการมาก ยิ่งช่วยให้สนุกกับเสียงเพลงเพิ่มขึ้นจริงๆ

coachella_2012_22

St.Vincent สวยและเท่บนเวที

coachella_2012_23

Kasabian เล่นมันส์มากกกกก

coachella_2012_24

แฟนเพลงหน้าเวทีของวง Kasabian

อีกวงหน้าใหม่ที่คนเขียนอยากดูมากๆ คือ SBTRKT (อ่านว่า Subtract) นำโดย Aaron Jerome โปรดิวเซอร์เพลงอิเล็คโทรจากอังกฤษ ที่ทำเพลงได้เก๋ ล้ำ และการแสดงสดก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน ที่เวที Gobi คราคร่ำไปด้วยผู้คนแฟนเพลงของ SBTRKT ที่พร้อมร้องและเต้น  แล้ว ก็ขึ้นมามิกซ์เพลงฮิตของวงอาทิ Wildfire, Pharaohs, Hold On ที่ทำเอาแฟนเพลงล่องลอยหลุดไปในโลกเมโลดี้ของ SBTRKT กันเลยทีเดียว

coachella_2012_24_1

แสงสีของเวที SBTRKT

และเราก็มาต่อด้วยไฮไลท์ของโคเชลล่าวันที่สองกับวง Radiohead ที่เรียกคนมางานทุกคนไปรวมตัวกันที่บริเวณ main stage  ได้เกือบ 80% ของงาน สำหรับการแสดงสดของ Radiohead นำโดย Thom Yorke ถือว่าเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่แฟนเพลงอินดี้ทุกคนในชีวิตหนึ่งต้องได้ดูสักครั้ง  พวกเราเบียดแทรกตัวไปกับเด็กเมกัน เตรียมรอ Radiohead เรียกขึ้นยานแม่ แล้ว Thom Yorke ก็ขึ้นมาพร้อมซาวนด์ดนตรีอินโทร ที่เหมือนการต้อนรับทุกคนให้เตรียมล่องลอยเข้าสู่โลกของ Radiohead ตลอดทัั้ง  2 ชั่วโมงที่ดูคอนเสิร์ตวงนี้ เหมือนการได้ดูภาพยนตร์ยอดเยี่ยมหนึ่งเรื่อง ที่แต่ละเพลงที่วงเล่น ค่อยๆ บิ๊ลด์อารมณ์คนดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงขั้นพีค  ประกอบการแสดงวิช่วล แสงสี ที่เรียกว่างานโคเชลล่าเค้าจัดเต็มกันจริงๆ กับจอภาพกว่าร้อยจอ สลับตัดภาพวงและวิช่วล ตามอารมณ์ดนตรี เข้าถึงทั้งโสตประสาททั้งห้าของคนดู  ขนาดพวกเรายืนดูอยู่ไกลๆ ยังรู้สึกถึงพลังของเสียงดนตรีของ  Radiohead และลีลาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Thom Yorke ที่เค้าทุ่มเทกับการแสดงโชว์ในแต่ละครั้งมาก  แต่ละเพลงที่วงขนมาเล่นสำหรับแฟนยุค 90s ที่หวังฟังเพลงจากอัลบั้มแรกๆ ของวง ขอบอกว่าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว เพราะ Radiohead เป็นวงที่ก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา เพลงที่เล่นส่วนใหญ่เป็นเพลงจากอัลบั้มตั้งแต่ปี  2000 เป็นต้นมา ซึ่งมันเข้ากันได้ดีกับ Experimental Live ที่วงใช้ทั้งเสียงและภาพมารวมกัน เปิดเป็นประสบการณ์การดูคอนเสิร์ตแบบใหม่ ที่ล้ำหน้าวงดนตรีอื่นๆ ไปเยอะแล้วจริงๆ

coachella_2012_25

Radiohead สุดยอดของวงแห่งศตวรรษนี้

coachella_2012_26

คนดูล่องลอยไปกับเสียงเพลงของ Radiohead

coachella_2012_27

(ภาพจากสื่อ) เหล่าแฟนพันธุ์แท้แถวหน้าสุดของคอนเสิร์ต Radiohead

เรียกว่าการได้ดูคอนเสิร์ต Radiohead ตลอดทั้งสองชั่วโมงท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ มันช่างเป็นการจบงานโคเชลล่าคืนสองที่สมบูรณ์แบบ  ประทับใจกับโปรดั๊กชั่นของโคเชลล่าที่ทำให้ Radiohead มาก สมแล้วกับเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกที่ทุกคนอยากไปจริงๆ

*

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 1

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 2

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนสุดท้าย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt