LIFESTYLE& TRAVEL

TRAVEL: เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนสุดท้าย

June 9, 2012

LINE it!

coachella_01

เรื่องและรูปโดย Lady Soma


ผ่านไปแล้วสองวันกับการตะลุยดูวงในโคเชลล่า  เราก็มาถึงวันสุดท้ายของานกันจนได้

วันที่สามของงาน อากาศส่งท้ายพวกเราด้วย ท้องฟ้าสดใส พระอาทิตย์สาดแสงสว่างจ้า อุณหภูมิ 28 องศา สายลมเย็นพัดผ่าน แบบเรียกว่าวันนี้อากาศมันดีเริ่ดจริงๆ (แล้วเพิ่งมาเป็นวันสุดท้ายของงานค่าา) ทุกคนแต่งตัวสบายๆ เป็นภาพงานโคเชลล่าเหมือนที่เค้าโฆษณาให้คนทั่วโลกเห็นจริงๆ (แล้วที่หนาวนรกมาสองวันก่อน นั่นคืออะไร!?) วันนี้เราก็เห็นผู้คนแต่งตัวเก๋ เท่ น่ารักกันเยอะ เราก็มาเข้าเรื่องเลยกับ…..

ตะลุยโคเชลล่า Day 3 : แฟชั่นโคเชลล่า

ว่ากันด้วยเรื่องของแฟชั่นของผู้คนมางานโคเชลล่า โอ๊ยยยมีเยอะแยะมากมาย หนุ่มสาวที่มางานนี้้เค้าจัดเต็มกันทุกคน มีทั้งแบบสวย หล่อ เท่ ยันตลก มาให้เราได้เลือก (และกรี๊ดในใจ)  แล้วคนที่นี่ถ้าแต่งตัวน่ารักเค้าก็ตะโกนบอกกันเลยนะจ๊ะ ทักทายและ จีบกันได้รวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาเก็ก (เพราะคนเยอะ ถ้าไม่รีบจิกก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วจ้ะ) เขียนบรรยายคงไม่เห็นภาพเท่าไหร่ มาดูรูปกันดีกว่าว่าคนในงานโคเชลล่าเค้าเป็นอย่างไร

coachella_02

หนุ่มฮิปปี้อารมณ์ดี ยิ้มให้กล้องตอนเราแอบถ่ายรูป

coachella_03

Made in California นี่แหล่ะผู้ชายแคลิฟอร์เนียตัวจริง

coachella_04

ไม่หล่อ แต่พี่เค้าก็เน้นตลกกันไป

coachella_05

แนว Color Block ก็มาแรงเช่นกัน

coachella_06

เสื้อฮาวายสีเหลือง พร้อมรองเท้าเดียวกัน แต่งแมทช์กันแบบคิดมาแล้ว

coachella_07

สาวๆ ก็แต่งตัวกันน่ารัก

coachella_08

floral headband เป็นที่นิยมกันมากของงานเทศกาลนี้

coachella_09

แจ็คเก็ตดำ และสกินนี่ยีนส์ก็มีเช่นกัน

coachella_10

สาวๆ แกงค์โบโฮ

นอกจากได้อาหารตาเป็นคนมางานแล้ว เราก็แวะไปตะลุยกันตามบูธขายของต่างๆ อาทิ บูธขายของที่ระลึกของวงดนตรีที่มาเล่นในงานโคเชลล่า  เนื่องด้วยมีวงมาเล่นกว่าสองร้อยวง ร้านเค้าก็มีสินค้าของทุกวงแบบเยอะอลังการ ทั้งเสื้อยืด ถุงผ้า โปสเตอร์ ซีดี ไวนิลและอีกมากมายมาให้แฟนเพลงซื้อจนหมดตัว นอกจากนี้ วันสุดท้ายทางโคเชลล่าก็ยังมีเปิดตลาดเลหลังขายเสื้อยืดโคเชลล่า ที่มีมาให้พวกเราคุ้ยตั้งแต่ปีแรกของการจัดงาน ในราคาตัวละ 5 เหรียญ (150 บาทเท่านั้น!!)

coachella_11

บูธขายของที่ระลึกศิลปิน อยากเหมาหมดร้านพร้อมคนขายด้วย

coachella_12

ตลาดเลหลังขายเสื้อของโคเชลล่า

ตะลุยโคเชลล่า Day 3 : เทศกาลแห่งศิลปะ

งานศิลปะของโคเชลล่าแต่ละปี ก็ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของงานเช่นกัน  ซึ่งทุกปีงานโคเชลล่าได้เชิญบรรดาศิลปินจากหลากหลายสาขามาสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งตัวของงานจัดแสดง  วาดรูป และออกแบบ ที่ตั้งให้คนมางานโคเชลล่าได้ชื่นชม  ที่เห็นอยู่ทุกปีจนเป็นเอกลักษณ์ของโคเชลล่า คงเป็นลูกโป่งต่อกันยาวเป็นว่าวขึ้นไปในท้องฟ้า  (Balloon Chain) ขอบอกว่าลูกโป่งทั้งหลายไม่ได้ผูกติดกับเสาแล้วปล่อยให้ลอยนะจ๊ะ  เค้าให้คนถือทั้งกลางวันกลางคืนเลยจ๊ะ  เพื่อให้มันลอยได้รูปทรงที่ต้องการ  แถมให้คนมางานถือถ่ายรูปได้ด้วย พอตกกลางคืน งานศิลปะทั้งหลายก็เปล่งแสงออกเป็นที่ตระการตา ถือว่าแค่ไปดูอาร์ตอย่างเดียวของงานนี้ก็คุ้มค่าแล้วจ้ะ  เพราะเทคโนโลยีอันก้าวหน้าของอเมริกา มาผสมผสานกับงานศิลปะ จนเกิดเป็นสิ่งใหม่ที่ให้คนมางานโคเชลล่าทุกคนได้สัมผัส

coachella_13

Balloon Chain เต็มท้องฟ้าของบริเวณจัดงาน

coachella_14

ดอกไม้ยักษ์สูงกว่า 100 ฟุต

coachella_15

Gateway ที่ตอนกลางคืนเปล่งแสงเป็นสีต่างๆ

coachella_16

ถังขยะงานนี้เค้าก็เพนท์เท่ๆ ทุกอัน

coachella_17

มีเจดีย์เป็นที่สักการะด้วยนะ

coachella_18

ตกกลางคืนงานที่ตั้งโชว์ก็เรืองแสงได้อย่างอัศจรรย์

coachella_19

The DO Lab เวทีสำหรับโชว์การแสดง และดีเจหน้าใหม่ต่างๆ

จากการพูดคุยกับทีมที่ออกแบบ installation ต่างๆ ของงานนี้ บอกได้เลยว่างานโคเชลล่า ได้คัดทั้งศิลปิน สถาปนิก และนักวิทยาศาสตร์ตัวแม่ของวงการ มาออกแบบสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้งานโคเชลลล่าเฟสติวัลทุกปี  และแต่ละปีงานเค้าจะต้องมีอะไรที่งานเทศกาลอื่นในโลกไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งปีนี้เราก็จะได้เห็นกันในคอนเสิร์ต Dr.Dre & Snoop Dogg (เดี๋ยวเล่าให้ฟัง)  เอาเป็นว่าทุกปีที่ไปโคเชลล่าเราจะได้เจอกับอะไรที่คาดไม่ถึงและเดาไม่ได้ เป็นสิ่งที่งานเทศกาลดนตรีของประเทศอเมริกาทุ่มทุนสร้าง (เรียกว่ามันบ้าไปแล้วก็เป็นได้) เพราะเค้าต้องเป็นที่หนึ่งของโลกตลอดฮ่ะ

ตะลุยโคเชลล่า Day 3 : คอนเสิร์ตส่งท้ายมาแล้วจ้ะ

ดูวงส่งท้ายวันนี้เราเริ่มกันด้วย Metronomy วงอิเลคโทรจากอังกฤษ ท่ามกลางพระอาทิตย์ส่องหัวตอนบ่ายโมงของวันอาทิตย์ ถึงแม้จะเล่นเร็ว แต่แฟนเพลงวงนี้เค้าก็เหนียวแน่น และแต่งตัวมาเต็มที่ไม่แพ้กัน  อารมณ์ทุกคนสนุกสนานไปกับเพลงของวงมาก มองไปรอบๆ มันคือ  summer festival ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ต่อด้วยสาว Santigold ที่ขนทีมแดนเซอร์ปาร์ตี้มาเต็มเวที  Santigold เล่นคอนเสิร์ตได้สนุกมาก สร้างสีสันตั้งแต่ชุดที่เธอใส่จนถึงเพลงแดนซ์สนุกๆ ที่คนดูทั้งสาวๆ หนุ่มๆ พร้อมใจกันเต้นท่ามกลางแสงแดดสาดส่อง แล้วบรรยากาศวันนี้ก็เริ่มสนุกขึ้นแล้วสิ  ยิ่งร้อน คนยิ่งหาเบียร์กิน เมาก็เฮฮากันแล้วตั้งแต่บ่ายเลยฮ่ะ

coachella_20

Metronomy ขึ้นเล่นตอนแดดจ้า

coachella_21

แฟนเพลง Metronomy ก็เต้นได้ฮาดี

coachella_22

มีแต่งตัวกันเต็มมาเชียร์ Metronomy ด้วย

coachella_23

Santigold & The Colorful Gang

coachella_24

สาวๆ แฟนเพลงของ Santigold

coachella_25

Summer of Love

แล้วพวกเราก็ย้ายกันไปดูวง Real Estate กันที่ Gobi Stage วงอินดี้ป็อบหน้าใหม่ ที่เรากำลังชอบวงนี้ ทำเพลงได้น่ารักติดหูและดูจะเหมาะกับกลุ่มฟังเพลงคนไทยมาก  แถมสมาชิกทุกคนเป็นหนุ่มอินดี้หน้าตาน่ารักด้วยแล้ว สาวๆ ก็เต็มหน้าเวทีเลยละ  ชิลๆ กับเพลงชวนฝันของวง Real Estate ต่อจากนั้นหลังพักกินเบียร์ พวกเราก็มุ่งไปที่ Main Stage เพื่อรอวงร็อคจากสวีเดน ที่เราชื่นชอบมากว่าสิบปี The Hives!! ใช่แล้ววงนี้เค้าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวงที่แสดงสดได้ดีที่สุดในโลก  แล้วพวกเค้าก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย  ตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้าย The Hives และนักร้องนำสุดเท่ Pelle Almqvist ก็ทำเอาคนดูเต้นยับ กับเพลงพังค์ร็อคมันส์ๆ ฮิตๆ ของวง  แถมการแต่งตัวของวงนี้ก็ใส่สูทเล่นเท่กันซะ มีสต๊าฟบนเวทีแต่งตัวเป็นนินจาชุดดำวิ่งไปมา  ก็เพิ่มสีสันให้คอนเสิร์ตนี้สนุกยิ่งขึ้น ไฮไลท์อยู่ตรงเพลงสุดท้าย Tick Tick Boom ที่ Pelle ประกาศให้ทุกคนนั่งลง รอท่อนฮุกของเพลงเพื่อกระโดดเต้นให้บ้าที่สุด แล้วคนหมื่นกว่าคนทำตามอย่างว่าง่าย ทำให้เราตระหนักว่า บางทีพ่อแม่บอกอะไรเราก็ไม่ทำตาม แต่พอร็อคสตาร์สั่งเท่านั้นแหละ ยอมทำตามแบบไม่ต้องคิด นี่แหละแฟนเพลงร็อคตัวจริง

coachella_26

เวทีเท่ๆ ของ The Hives

coachella_27

Pelle เอนเตอร์เทนคนดู

coachella_28

ความมันส์ของแฟนเพลงวง The Hives

coachella_29

Real Estate หล่อกันทั้งวงจริงๆ นะ

ตกเย็นแล้ว เราก็มานั่งดูอาทิตย์อัสดงเป็นการอำลาโคเชลล่าวันสุดท้ายที่แอบเศร้า ไม่อยากให้จบเลยสามวันแห่งความสุขของพวกเรา  อากาศช่วงค่ำวันนี้ก็ไม่ได้หนาวมากด้วยสิ อารมณ์คนในงานก็ครื้นเครงเดินกันทั่วงานไม่มีเหน็ดเหนื่อย เราก็มารอดูวงที่เรียกได้ว่าเกือบทุกคนในงานรอดู นั่นคือ Gotye นั่นเอง  สำหรับ Gotye เพลง Somebody I Used To Know ถือว่าเป็นเพลงที่สร้างชื่อให้วง และดังแบบพลุแตกไปทั่วโลก เพราะงั้นคนมาดูคอนเสิร์ตก็มารอฟังเพลงนี้แหละ  และสาวสวย Kimbra ก็โผล่มาแจมให้ทุกคนร้องตามเพลงนี้ได้แบบขนลุก  จบเพลงนี้เรารีบพุ่งร่างไปอีกเวทีนึงทันที เพราะดันเล่นชนกับ Justice ที่พวกเราต้องดูให้ได้  ดีเจดูโออิเลคโทรจากฝรั่งเศส Justice ปล่อยให้คนดูรอการปรากฏตัวของพวกเค้านานถึง 20 นาที (เล่นเลทมากตามสไตล์คนฝรั่งเศส) แต่พอ Justice ขึ้นเท่านั้นแหละ พวกที่บ่นรอเงียบกริบทันที พร้อมกรี๊ดและเต้นกับเซตอิเลคโทรจัดเต็มของ Justice ที่มาทั้งภาพ แสง สีเสียง โอ้ว วันนี้ดูทุกวงเล่นดีกันจริงๆ แถมคนดูก็เหมือนส่งท้ายจัดเต็มพอกัน

coachella_30

Justice มาแล้วจ้าา!!!!!!

coachella_31

Justice For All

ต่อมาด้วย Beirut วงทำเพลงอินดี้ป็อบเครื่องสายที่ชื่นชอบของหลายๆ คน เค้าจัดกันมาเกือบสิบคนบนเวที มีอุปกรณ์ดนตรีกันครบ ทั้งแตร ทรัมเปต คาริเนต คอร์เดียน มาประสานเสียงดนตรีอันไพเราะสู่คนดู  เป็นดนตรีที่ทำให้ทุกคนมีความสุขจริงๆ สำหรับเพลงของ Beirut พวกเราโยกตัวตามเสียงดนตรี ล่องลอยไปกับเมโลดี้อย่างมีความสุข จบแล้วเราเดินไปรอการมาของแม่ Florence And the Machine ที่เธอเล่นตรงกับ At the Drive-In (โอ๊ยย งานนี้เบื่ออย่างเดียวที่วงเล่นชนกันเยอะจนต้องเลือกอย่างเสียอย่าง) แต่เพื่อแม่ของเราก็ยอมไปยืนรอรับ จน Florence ขึ้นมาปรากฏกายด้วยชุดดำยาวสยายบนเวทีเท่านั้นแหละ เสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงก็ขึ้นมา  เธอร้องเพลงแรก Only If For A Night สะกดทุกคนให้จับจ้องไปหน้าเวที พร้อมเสียงเพลงที่เหมือนเวทมนต์กล่อมทุกคนให้สงบ พร้อมล่องลอยไปในโลกของเธอ  Florence ร้องเพลงไปพร้อมพูดคุยกับคนดูอย่างเป็นกันเอง  เสียงร้องสดของเธอมีพลังมาก เข้ากับเนื้อเพลงที่เธอแต่งขึ้นมา มันช่างโดนใจผู้หญิงทั้งหลายที่มาดูคอนเสิร์ตของเธอจริงๆ  สมแล้วที่เธอคือหนึ่งในนักร้องหญิงที่มาแรงของยุคนี้

coachella_32

Beirut มาแบบเต็มวง

coachella_33

Florence มาในชุดดำสง่างามมาก

coachella_34

ทุกคนโดนมนต์สะกดของเพลงจาก Florence & The Machine

จบด้วยความประทับใจจาก Florence And the Machine พวกเราและคนมางานโคเชลล่าทุกคนก็มารวมตัวกันที่เวที  Main Stage เพื่อรอดูวงสุดท้ายของงานโคเชลล่าปี  2012 นั่นคือ Dr.Dre & Snoop Dogg ส่วนตัวเราไม่ได้อินมากกับฮิพฮ็อพ  แต่พอ Dr.Dre และ Snoop Dogg ขึ้นมาโชว์บนเวทีเท่านั้นแหละ  เรารู้สึกได้ถึงอารมณ์สนุกสนาน ของทั้งตัวศิลปิน และเพลงที่พวกเค้าขนกันมาเอนเตอร์เทนคนดู  และสำหรับใครที่โตมากับยุค 90 (ถ้าจะให้เฉพาะเจาะจงต้องรู้จักร้าน Speed สีลมซอยสี่) ต้องชอบเซตเพลงที่ Dr.Dre & Snoop Dogg ขนมาร้องกันแน่ๆ อาทิ Nuthin’ But A “G” Thang, Ain’t No Fun (If The Homies Can’t Have None), I Wanna Rock, Jump Around และอีกมากมาย

งานนี้ได้ทั้งความสนุกและเสียงหัวเราะจากลีลาแร็ปของ  Snoop Dogg ที่ปล่อยมุขฮาๆ มาตลอดเวลา (จนบางทีก็นึกว่ากำลังดูน้าเน็คเล่นตลกอยู่)  แถมแขกรับเชิญ G-Unit แต่ละคนก็ทำคนดูกรี๊ดแตก เช่น Eminem, 50 Cent, Wiz Khalifa, Kendrick Lamar และแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพร์สอย่าง Tupac ที่มาแบบ hologram ร้องเพลงและเต้นได้เป๊ะมาก จนฝรั่งที่ยืนข้างหลังพวกเราร้องว่า OH MY GODDDD!!!!! กรี๊ดเหมือนเห็นผี (ก็เห็นผี Tupac จริงๆ จ้า) ขนาดพวกเรายังยืนอึ้งอยู่หลายวิ เพราะคิดว่าตัวเองตายไปแล้วแล้วเห็น Tupac มาร้องเพลงกับ Snoop Dogg จนมารู้ทีหลังว่าเค้าใช้เทคนิค hologram ทำขึ้นมา อุ๊ยยย งานโคเชลล่าเค้าล้ำอีกแล้ว ทำได้ทุกอย่างจริงๆ

coachella_35

(ภาพจากสื่อ) กรี๊ดดด Tupac ขึ้นมาร้องเพลงกับ Snoop Dogg บนเวที!!

การได้เป็นหนึ่งในคนดูคอนเสิร์ตของ Dr.Dre & Snoop Dogg ทำให้เราตะหนักถึงวัฒนธรรมฮิพฮ็อพของคนอเมริกัน ที่มีเอกลักษณ์และเข้าถึงทุกคนทุกเพศทุกวัย  ถึงแม้ว่าจะฟังเพลงอินดี้ แต่เราก็เห็นทุกคนร้องเพลงของ Dr.Dre & Snoop Dogg ได้หมด เพลงฮิพฮ็อพคือสิ่งที่ทุกคนโตด้วยกันมาและหล่อหลอมรวมเป็นวัฒนธรรมอเมริกัน ที่สร้างความประทับใจให้พวกเรามาก  การได้กระโดดโลดเต้นตามเสียงเพลงฮิพฮ็อพ พร้อมๆ กับเพื่อนร่วมงานโคเชลล่า  ได้เห็น Snoop Dogg เอาปุ๊นตัวเท่าแขนมาสูบบนเวทีชิลๆ พร้อม featuring เพลง Young, Wild, Free กับ Wiz Khalifa ทำให้พวกเราสัมผัสได้ถือการปลดปล่อย เสรีภาพที่ดนตรีหยิบยื่นให้พวกเราอย่างแท้จริง

coachella_36

สนุกที่สุดแล้วกับ Dr.Dre & Snoop Dogg

coachella_37

จบงานอย่างประทับใจ

จบงานโคเชลล่ามิวสิคเฟสติวัล  2012 ด้วยความประทับใจ เต็มอิ่มไปกับทุกวงที่เราอยากดู ทั้งบรรยากาศ ผู้คน ดนตรี ที่คุ้มค่ากับการมาครั้งนี้จริงๆ  ไม่เสียแรงที่เราอุตสาหะเก็บเงินฝ่าฟันมาถึงงานนี้กันสามคน เราดีใจที่เราทำความฝันในชีวิตของเราประสบความสำเร็จ  ความสุขที่ได้รับมาสามวันเต็มนั้น สำหรับผู้รักในดนตรีอย่างพวกเราแล้ว ถือว่าคุ้มค่า  นี่แหละคือเสน่ห์ของมิวสิคเฟสติวัล ที่คนรักดนตรีทุกคนต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

coachella_38

‘I want to live in a music festival forever’

สุดท้ายและท้ายสุด

หลังจากกลับมาจากงานโคเชลล่า คนเขียนตั้งปฏิภาณกับตัวเองว่า จะขอเก็บเงินตามฝันไปดูงานเทศกาลดนตรีที่อื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ  เพราะติดใจเสน่ห์ของมิวสิคเฟสติวัลแล้ว มันคือความสุขของคนรักดนตรี และมีดนตรีเป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตมาโดยตลอด  การได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศ แสง สี เสียงจริงๆ มันเทียบไม่ได้เลยกับการนั่งดูใน YouTube โพสต์เพลงใน Facebook หรือฟังเพลงจากไอพอด  สำหรับทุกคนที่อ่านมาถึงตอนสุดท้ายของ เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012” แล้ว  คนเขียนขอขอบคุณในการติดตามอ่านมาโดยตลอด และหวังว่าประสบการณ์ของตัวเองจะเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายคนที่รักดนตรี ตั้งใจที่จะไปสัมผัสกับประสบการณ์จริงๆ แบบนี้บ้าง  ขอแค่มีความมุ่งมั่นและทำจริง ทุกงานเทศกาลดนตรีในโลก พวกเราเด็กไทยก็ไปเหยียบได้ ทำได้แล้วเราจะภูมิใจกับสิ่งที่เราทำลงไป เก็บเป็นประสบการณ์ที่ไม่ลืมเลือนไปตลอดชีวิตเรานะจ๊ะ

coachella_39

เย้! เราไปถึงแล้วโคเชลล่ามิวสิคเฟสติวัล!

*

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 1

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 2

เด็กแนวไทยตะลุยโคเชลล่า 2012 ตอนที่ 3

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt