MUSIC

Mid-Century Music Remastered – เมื่อดนตรียุคกึ่งกลางศตวรรษกลับฟื้นคืนชีพ

June 27, 2017

LINE it!

Mid-Century

ยุคนี้เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือการโหยหานิยมอดีต หวนคิดคำนึงถึงวันวานครั้งคุณพ่อคุณแม่ยังสาว ทั้งเสื้อผ้า ศิลปะ และการออกแบบ ยุคสมัยที่คนในยุคปัจจุบันมากมายหลงใหลหนีไม่พ้นช่วงยุค 1950-1960 หรือที่เรียกว่ายุค mid-century ผลงานการออกแบบมากมายในยุคนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นงาน modern classic ลดทอนรายละเอียด เน้นที่เส้นสายและรูปทรงเรขาคณิต และการเลือกใช้สีสันที่สะดุดตาหากแลดูกลมกลืน ในขณะเดียวกันดนตรีในยุคมิดเซ็นจูรีก็มีความโดดเด่นและได้รับการชุบชีวิตให้ดังกังวานอยู่สม่ำเสมอในยุคปัจจุบันนี้

1950:

แยกย่อยออกเป็นหลากหลายแนว อาทิ บิ๊กแบนด์ คือวงดนตรีวงใหญ่ ประกอบไปด้วยนักดนตรี 12-25 ชีวิต กับอีกหนึ่งนักร้องนำประจำวง, แนวบีบ๊อบ คือวงขนาดเล็กไม่เกิน 5 คน เน้นการอิมโพรไวซ์ รวมทั้ง นิวออร์ลีนส์/ดิกซีแลนด์/ฮ็อทแจ๊ซซ์ ส่วนใหญ่เป็นวงขนาด 8 คนขึ้นไป เน้นดนตรีสนุกสนานที่มีรูปแบบทำนองจากเพลงมาร์ช มีคอร์เน็ต ทรัมเป็ต คลาริเนท และทรอมโบน เล่นประกอบในลักษณะประสานทำนอง มีหลุยส์ อาร์มสตรองเป็นราชาแห่งเพลงแนวนี้ นอกจากนั้นยังเป็นยุคเฟื่องฟูของเพลงแนวแจ๊ซซ์แสตนดาร์ด จากนักร้องเสียงมีมนต์สะกดที่นำเพลงของนักประพันธ์ชื่อดังอย่าง โคล พอร์เทอร์, เออร์วิง เบอร์ลิน และ จอร์จ เกิร์ชวิน มาขับร้อง นักร้องแนวนี้ที่โด่งดังคือ เอลลา ฟิทซ์เจอรัลด์ และ บิลลี ฮอลิเดย์

1952

ยุคทองของภาพยนตร์มิวสิคัล กับดนตรีแจ๊ซซ์แสตนดาร์ด หรือพ็อพพูลาร์มิวสิคในยุคเก่า เพลงแจ๊ซซ์ท่วงทำนองงดงาม ทางเดินคอร์ดที่สละสลวย เหมาะสำหรับใช้ประกอบในภาพยนตร์เพลงเพื่อโชว์ลีลาการเต้นรำอันตระการตา เช่น งานคลาสสิคอย่าง Singin’ In The Rain (1952) ของ จีน เคลลี, ลีลาเฉิดฉายของมาริลิน มอนโร ใน Gentlemen Prefers Blondes (1953) และหนังเพลงในตำนานอย่าง The Band Wagon (1953) แสดงนำโดยเฟรด แอสแตร์

1954

การถือกำเนิดของดนตรีร็อคแอนด์โรลล์ ที่ผสมผสานดนตรีของคนผิวขาวและคนผิวสีเข้าไว้ด้วยกัน เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ที่มีความรุนแรงกว่าเดิม เน้นการใช้กีตาร์ไฟฟ้า รวมทั้งเปียโน นำขบวนโดยบิล ฮาลีย์ กับเพลง Rock Around The Clock ก่อนที่เอลวิส เพรสลีย์ จะมาประกาศความเป็นราชาเพลงร็อคแอนด์โรลล์ในปี 1956 ในเพลง Jailhouse Rock

1959

การมาถึงของสังกัดเพลงในตำนาน โมทาวน์ เรคคอร์ดส์ กับดนตรีริธึมแอนด์บลูส์ หรือเพลงป๊อปฟังง่ายในสไตล์ของคนผิวสี สร้างความสำเร็จถล่มทลายให้กับศิลปินอย่าง The Supremes กับเพลง Where Did Our Love Go และ Jackson 5 ในเพลง I Want You Back

รวมทั้งการถือกำเนิดของ ‘นอร์ธเธิร์นโซล’ ดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ได้รับอิทธิพลจากดนตรีฟังค์และโซล เข้าสู่ความนิยมครั้งแรกในอังกฤษ พร้อมกระแสแฟชั่นแบบม้อด เช่นเพลงในตำนาน These Boots Are Made For Walkin’ ของแนนซี ซินาตรา ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อศิลปินในยุคปัจจุบันทั้งแนวดนตรีและแฟชั่นการแต่งกาย

Remaster

ปัจจุบัน แนวดนตรียุคกึ่งกลางศตวรรษที่ได้กล่าวถึงข้างต้น มักจะได้รับการนำกลับมาทำใหม่ หรือ ‘remaster’ ในบริบทอันหมายถึงการนำแรงบันดาลใจในอดีตมาสร้างเป็นผลงานใหม่ ศิลปินยุคใหม่บางรายสร้างสรรค์เพลงด้วยจิตวิญญาณจากยุคมิดเซ็นจูรีเต็มเปี่ยม ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจ ทั้งแนวคิด แนวดนตรี และแฟชั่นการแต่งกาย ศิลปินในกลุ่มรีมาสเตอร์ที่สร้างผลงานใหม่ราวเป็นศิลปินในยุคเก่า อาทิ

-เอมี ไวน์เฮาส์ กับเพลงอาร์แอนด์บีผสมแจ๊ซซ์และโซล ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ และ บิลลี ฮอลิเดย์ รวมทั้งเพลงนอร์ธเธิร์นโซลในยุค 60

-ลานา เดล เรย์ กับความคูลของดนตรีที่เก็บเกี่ยวทุกรายละเอียดของดนตรีในยุคมิดเซ็นจูรีอย่าง แนนซี ซินาทรา แล้วทำออกมาเป็นดนตรีในรูปแบบของตัวเองที่งดงามราวกับภาพยนตร์

-บรูโน มาร์ส ศิลปินชื่อดังของยุคนี้ที่ได้รับอิทธิพลจากงานของโมทาวน์ เรคคอร์ดส์

-Postmodern Jukebox หรือ PMJ ที่สร้างชื่อจากการนำเพลงฮิตบนชาร์ทปัจจุบัน กลับมารีมาสเตอร์ใหม่ในสไตล์แจ๊ซซ์วินเทจ อย่างเช่นการนำเพลง Sunday Morning ของ Maroon 5 มาทำใหม่ในสไตล์หนังเพลง La La Land

-Polycat เป็นศิลปินไทยหนึ่งเดียวที่คงเอกลักษณ์ความเรโทร ทั้งในแง่ของดนตรี ภาพลักษณ์การแต่งกาย และมิวสิควิดิโอ โดยเน้นอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากดนตรีในยุค 1980 จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ความนิยมสูงสุด เช่น เพลงดัง Chapter 3 พบกันใหม่? ที่ตัวมิวสิควิดีโอทำเก๋ไก๋ด้วยการใส่ภาพจากภาพยนตร์เรื่องพริกขี้หนูกับหมูแฮม ที่ออกฉายในปี 1989

ถ้าลองสังเกตกันดีๆ ช่วงนี้มีแต่คนพูดถึง สไตล์ Mid-Century ไม่ว่าจะในวงการไหนๆ ทั้งสถาปัตยกรรม การตกแต่ง-ดีไซน์ หรือแฟชั่น แม้กระทั่งวงการเพลง ดังนั้นเชื่อว่าอีกไม่นาน Mid-Century ต้องกลับมาฮิตอีกครั้งอย่างแน่นอน

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt