GADGETS

Apple เปิดตัว iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus

September 13, 2017

LINE it!

iPhone X

พระเอกของงาน อนาคตของสมาร์ทโฟน เฉลิมฉลองการครบรอบสิบขวบปีของไอโฟน กับแนวคิดในการออกแบบใหม่หมด ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าจอไร้ขอบ ไร้ปุ่มโฮม ไร้ทัชไอดี ไร้ฟิงเกอร์พริ้นท์สแกนเนอร์ แต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีของปีหน้า ที่มีให้คุณใช้ตั้งแต่วันนี้

เริ่มกันตั้งแต่หน้าตาที่เปลี่ยนไปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ iPhone 6 กับหน้าจอ OLED ไร้ขอบขนาด 5.8 นิ้ว ในชื่อ Super Retina Display รองรับการแสดงผลแบบ HDR บอดี้ทำจากกระจกและสเตนเลส

 

iPhone X (ออกเสียงว่า ไอโฟน เท็น) มาพร้อมชิป A11 Bionic แบบ 64 บิต 6 แกนประมวลผล แบบเดียวกับที่พบได้ใน iPhone 8 รองรับการใช้งาน AR (Augmented Reality) หรือการแทนวัตถุเสมือนจริง และรองรับ Face ID หรือการปลดล็อคด้วยใบหน้า ที่ใช้งานได้แม้ในที่มืด เน้นย้ำความปลอดภัยด้วยคำยืนยันว่าไม่สามารถปลดล็อคด้วยรูปถ่ายได้ และมีโอกาสความผิดพลาดอยู่ที่ 1 ใน 1,000,000 แม่นยำกว่า Touch ID เดิมที่มีโอกาสผิดพลาดมากกว่าที่ 1 ใน 50,000 ครั้ง

กล้องหลักมาเป็นกล้องคู่ 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน F/1.8 และ F/2.4 มาพร้อม Quad-LED True Tone Flash รองรับ Optical Image Stabilization ทั้งสองตัว ในขณะที่กล้องหน้าเป็น True Depth Camera ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล F/2.2 พร้อมความสามารถในการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด Full HD ที่นอกจากจะทำให้สามารถรองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้าแล้ว ยังรองรับการถ่ายภาพใน Portrait Mode เหมือนกล้องหลัก แล้วการถ่ายภาพเซลฟีของคุณก็จะสวยงามตลอดไป

ด้วย True Depth Camera มันจึงรองรับ Animoji หรือการผนวกการเคลื่อนไหวของใบหน้าเข้ากับอิโมจิ ทำให้อิโมจิต่างๆ เคลื่อนไหวได้ราวใบหน้าคุณ ขณะนี้สามารถบันทึกอิโมจิเพื่อส่งใช้งานได้ใน iMessage เท่านั้น



iPhone X มาพร้อม iOS 11 และความสามารถในการกันน้ำและกันฝุ่น IP 67 รองรับการชาร์จไร้สาย ใช้งานได้กับเครื่องชาร์จไร้สายที่ผ่านมาตรฐาน Qi Wireless Charging ทุกยี่ห้อ

มี 2 รุ่นความจุ คือ 64GB ราคา 999 เหรียญ (33,000 บาท) และ 256GB ราคา 1,149 เหรียญ (38,000 บาท)

มีให้เลือก 2 สี คือ Space Grey และ Silver

เปิดจอง 27 ตุลาคม ส่งมอบ 3 พฤศจิกายน ศกนี้

iPhone 8 & iPhone 8 Plus

ขณะที่ iPhone X คือสมาร์ทโฟนแห่งอนาคต iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ก็ทำหน้าที่เป็นสมาร์ทโฟนแห่งปัจจุบันและอดีต ในภาพรวม iPhone 8 และ iPhone 8 Plus แอปเปิ้ลยังคงยึดแนวคิดการออกแบบที่ใช้กันมาตั้งแต่ iPhone 6 หรือตั้งแต่ปี 2014 โดยมีการปรับบอดี้เป็นกระจกเพื่อรองรับการชาร์จไร้สาย ที่ยังคงต้องวางอยู่บนแท่นชาร์จอยู่ตลอดเวลา หน้าตาภายนอกเคยเป็นมาอย่างไร ก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น แต่มีการเปลี่ยนชิปประมวลผลในทั้งสองรุ่นเป็น Apple A11 ความเร็วแบบสายฟ้าฟาด

กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F/1.8, OIS, Opitcal Zoom, Ouad-lED True Tone Flash รองรับการถ่ายวิดิโอ slow motion ที่ 1080p 240fps ขณะที่ iPhone 8 Plus มีกล้องคู่อีกหนึ่งตัว ความละเอียดเท่ากัน F/2.8 รองรับการใช้เลนส์ Wide และ Telephoto ส่วนกล้องหน้าของทั้งคู่ ถอดแบบกันมาที่ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล F/2.2 บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด Full HD

ทั้งสองรุ่นนี้มีความสามารถในการกันน้ำและกันฝุ่นมาตรฐาน IP67 และยังคงมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID แบบเดิม

รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging

มีให้เลือก 3 สี เหมือนกันทั้งสองรุ่น คือ Space Grey, Silver และ Gold

ความจุ 2 ขนาด คือ 64GB และ 256GB ราคาเริ่มต้น 699/799 เหรียญ (23,200/27,500 บาท) สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ตามลำดับ

เปิดจอง 15 กันยายน พร้อมส่งมอบ 22 กันยายน ศกนี้

Images: Apple

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt