TRAVEL

สัญจรรับลมหนาว ตามรอยเส้นทางพ่อ 5 สถานที่ท่องเที่ยวโครงการหลวง

October 8, 2017

LINE it!

ถึงช่วงเวลาปลายปี ลมหนาวโชยมา นี่แหละช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เรามีไอเดียสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ ซึ่งกำลังได้รับความนิยม นั่นคือ การท่องเที่ยวโครงการหลวง นอกจากได้ชื่นชมกับธรรมชาติอันงดงามแล้ว ยังได้เป็นการช่วยเหล่าเกษตรกร และยังได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวงของพวกเรา

โครงการหลวงถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2512 ตามพระราชดำริ “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” เพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชเมืองหนาว เพื่อหารายได้ทดแทนการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย แปรสภาพจากดอยหัวโล้นให้เป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้นานามากกว่า 90 ชนิด

การท่องเที่ยวโครงการหลวงนั้น สิ่งสำคัญคือเราจะได้เห็นงานทางด้านส่งเสริมการเกษตรที่สูง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงวางรากฐานเอาไว้จนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เปลี่ยนสภาพเขาหัวโล้นให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว เปลี่ยนแนวคิดการทำไร่เลื่อนลอยให้กลายเป็นการเกษตรที่ยั่งยืน เปลี่ยนวิถีชีวิตอันตรายให้มีรายได้โดยสุจริต นอกจากนั้น เรายังจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามของป่าไม้ธรรมชาตินานาพันธุ์ ป่าต้นน้ำลำธารที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนเผ่าที่หลากหลาย

โครงการหลวงทั้ง 38 แห่ง กระจายอยู่ในเฉพาะภาคเหนือตอนบน บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน และพะเยา อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่มากที่สุด รองลงมาคือจังหวัดเชียงราย โครงการที่แนะนำมีอยู่ 5 แห่ง แถมด้วยอีกหนึ่งโครงการพระราชดำริที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ สำหรับการเดินทางระยะสั้นไปกลับได้ง่ายอีกด้วย

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

Image: สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

Image: สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

Image: สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง เกิดขึ้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ผ่าน และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระราชดำรัสให้เครื่องเฮลิคอปเตอร์ลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น จึงทรงมีพระราชดำริจะแปลงทุ่งดอกฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตรเมืองหนาว สถานีเกษตรหลวงอ่างขางจึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2512

ตัวสถานีมีพื้นที่สำหรับวิจัยทดสอบพันธุ์พืชเขตหนาวจำนวน 1,800 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี ภายในสถานีมีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน มีแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและซื้อผลิตผลของสถานี

ภายในสถานีมีสถานที่ท่องเที่ยวย่อยมากมาย รวมทั้งสวนแปดสิบ สวนกลางแจ้งสไตล์อังกฤษ สวนหอม สวนรวมพันธุ์ไม้หอมจากนานาประเทศ โรงเรือนกุหลาบตัดดอก รวบรวมกุหลายสายพันธุ์ต่างๆ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ จุดท่องเที่ยวชุมชน มีรวมทั้ง หมู่บ้านนอแล หมู่บ้านชาวเขาเผ่าปะหล่อง ที่ตั้งอยู่ติดชายแดนพม่า หมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านชาวเขาชนเผ่าลาหู่ หรือมูเซอ และชุมชนชาวจีนยูนนาน ที่บ้านคุ้ม บ้านหลวง และบ้านปางม้า

นอกจากนั้นก็ยังมีกิจกรรมดูนก ปั่นจักรยาน ขี่ฬ่อ รวมทั้งเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อาทิ พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 และอุทยานแห่งชาติฟ้าห่มปก ที่มีความสูง 2,285 เมตร และนับเป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ไม่เสียค่าบริการ มีที่พักสำหรับผู้ต้องการค้างคืน รายละเอียดเพิ่มเติม 053-450107-9

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง: Website

.

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

Image: Facebook/สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

Image: Facebook/สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

Image: Facebook/สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากน้ำพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือให้ชาวเขาหันมาทำการเกษตรแบบถาวร มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล ส่งเสริมรายได้ครอบครัวเกษตรกรทั้งชาวกะเหรี่ยง และ ม้งในหมู่บ้านรอบๆ สถานีฯ โปรดให้จัดตั้งเป็น “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ในปี พ.ศ. 2550

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มีลักษณะเป็นหุบเขาลาดชัน ทอดตามแนวสันปันน้ำ ด้านตะวันออกผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง ด้านตะวันตกผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องสาเซลเซียส

ภายในสถานี มีสถานที่ท่องเที่ยวย่อย รวมทั้ง สวน 80 พรรษา สถานที่จัดแสดงพรรณไม้ดอกเมืองหนาว สวนหลวงสิริภูมิ แหล่งรวบรวมพันธุ์เฟิร์นนานาชาติกว่า 50 ชนิด โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ โรงเรือนผักไฮโดรโพนิกส์ รวบรวมผักเมืองหนาวประเภทสลัด และหน่วยวิจัยขุนห้วยแล้ง หน่วยวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเมืองหนาว

จุดท่องเที่ยวชุมชนโดยรอบสถานี มี อาทิ บ้านแม่กลางหลวง เส้นทางเดินป่าดอยหัวเสือ เส้นทางดูนกห้วยน้ำขุ่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอก และแปลงนาข้าวขั้นบันได รวมทั้งบ้านหนองหล่ม ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ที่ตั้งของต้นกาแฟประวัติศาสตร์ ที่เมื่อปี พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระดำเนินด้วยพระบาทเป็นชั่วโมงๆ เพื่อทอดพระเนตรต้นกาแฟที่ปลูกขึ้นเพียง 2-3 ต้น ของลุงพะโย ตาโร อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองล่ม เพื่อทรงแสดงให้เห็นว่า การปลูกกาแฟนั้นสำคัญ และทำได้จริง จนกระทั่งทุกวันนี้ สวนกาแฟของลุงพะโย กลายเป็นสวนกาแฟตัวอย่าง และที่บนดอยมีกาแฟมากมายก็เริ่มมาจากกาแฟ 2-3 ต้นนั่นเอง

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 20 บาท สำรองการเข้าชมเป็นหมู่คณะ จองที่พักภายในสถานี และรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ 053-286777

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์:  Website | Facebook

.

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่

Image: Facebook/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

Image: Facebook/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

Image: Facebook/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2522 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ วัดสำคัญของชุมชนชาวกะเหรี่ยงพุทธ ที่ประดิษฐานพระสิงห์ ซึ่งเมื่อทรงทราบถึงความทุกข์ยากของชาวเขาในพื้นที่ จึงทรงมีพระราชดำริจัดตั้งศูนย์ฯ ขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรภายในพื้นที่

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ มีพื้นที่ในความดูแลรวม 153,592 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน รวม 21 หมู่บ้าน ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) จำนวน 1,823 ครัวเรือน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 960 เมตร มีจุดเด่นสำคัญ คือ ป่าสนธรรมชาติอายุกว่าหนึ่งร้อยปีในอาณาบริเวณมากกว่า 100,000 ไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่รู้จักกันดีในนาม ป่าสนวัดจันทร์ หรือ ป่าสนวัดบ้านจันทร์

จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์ คือ เส้นทางเดินศึกษาป่าสนร้อยปี การชมดอกเมเปิ้ลเปลี่ยนสี และชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งระหว่างเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ของทุกปี จุดท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญมีทั้ง วัดจันทร์ วัดที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งชนเผ่าละว้า หรือ ลัวะเมื่อ 300 ปีก่อน ก่อนจะได้รับการค้นพบโดยครูบาศรีวิชัย ในปี พ.ศ. 2473 อ่างเก็บน้ำห้วยอ้อ น้ำตกห้วยฮ่อม และบ้านห้วยฮ่อม เครือข่ายของชุมชนท่องเที่ยวชาวปกาเกอะญอ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของบ้านห้วยฮ่อม บ้านดอยตุง และบ้านห้วยครก ผู้สนใจสามารถเดินศึกษาป่าธรรมชาติ หรือปั่นจักรยานสูดอากาศบริสุทธิ์โดยรอบ แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวเขา สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงคืออำเภอปาย ที่อยู่ห่างจากวัดจันทร์ไปทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน 50 กิโลเมตร

เปิดบริการทุกวัน ตามเวลาราชการ มีบริการที่พักค้างคืนแบบบ้านพักรับรองและโฮมสเตย์ รายละเอียดเพิ่มเติม 084-365-5405

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์: Website | Facebook

.

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่

Image: Facebook/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

Image: Facebook/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

Image: Facebook/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ตำบอลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2525 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางเป็นครั้งแรก เริ่มดำเนินงานอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2528 เมื่อเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเสนองบประมาณสมทบ

สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีพื้นที่ 29,178 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์ ประกอบด้วย การชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง ชมโรงเรือนปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ชมโรงเรือนสาธิตการปลูกวานิลลาที่เลื่องชื่อ โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว และการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชาวเผ่าม้งและปกาเกอญอ ที่สามารถทั้งเดินศึกษา และปั่นจักรยานรอบชุมชนได้ จุดท่องเที่ยวโดยรอบ มีทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดำ เส้นทางเดินธรรมชาติและจุดชมวิวดอยผาแง่ม น้ำตกตะเลโพ๊ะ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงแม่จอนหลวง และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

เปิดบริการทุกวัน ตามเวลาราชการ มีบริการที่พักค้างคืนแบบบ้านพักรับรองและบริการให้เช่าเต็นท์พร้อมถุงนอน รายละเอียดเพิ่มเติม 088-413-7243

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง: Website | Facebook

.

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน

Image: Thai Royal Project Tour

Image: Thai Royal Project Tour

Image: Thai Royal Project Tour

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นโครงการหลวงเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดลำพูน ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2521 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรบ้านพระบาทห้วยต้ม ทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรชาวเขา จึงทรงรับหมู่บ้านพระบาทห้วยต้มไว้ในความดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้มมีพื้นที่ 24,631ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 480-500 เมตร มีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ 9 หมู่บ้าน โดย 8 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่บริโภคอาหารมังสวิรัติ ได้แก่ กะเหรี่ยงโปว์และกะเหรี่ยงสะกอ ความโดดเด่นของพื้นที่แห่งนี้นอกจากเป็นแปลงสาธิตแล้ว ยังมีวัฒนธรรมประเพณีของชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงกับวิถีชีวิตที่น่าสนใจ

จุดท่องเที่ยวในศูนย์ ประกอบด้วย แปลงสาธิตการปลูกมะม่วง การปลูกองุ่นในโรงเรือน แปลงปลูกผักตามฤดูกาล จุดท่องเที่ยวชุมชน มีอาทิ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ที่ประทับพระสรีระทิพย์ของหลวงปู่ครูบาชัยวงศาพัฒนา รอยพระพุทธบาท น้ำบ่อทิพย์ ใจบ้าน พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย บ้านพระบาทห้วยต้ม วิถีชีวิตชาวปกาเกอะญอ

กิจกรรมท่องเที่ยวมีทั้งการสรงน้ำรอยพระพุทธบาท ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี การเปลี่ยนผ้าครูบา ณ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และพระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย และการชมการสร้างบ้านแบบโบราณ ณ บ้านโบราณน้ำบ่อน้อย เรียนรู้งานด้านหัตถกรรม การปลูกฝ้าย ปั่นฝ้าย การย้อมสี การทอผ้า และการจักสานไม้ไผ่

เปิดบริการทุกวัน ตามเวลาราชการ มีบริการที่พักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ รายละเอียดเพิ่มเติม 083-324-3063

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม: Website

 

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี

Image: โครงการช่างหัวมันตามพระราชดำริ

Image: โครงการช่างหัวมันตามพระราชดำริ

ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือก็เที่ยวตามรอยเส้นทางของพ่อได้ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงซื้อที่ดินจากราษฎร ในพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองเสือ ราว 120 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ทรงซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มอีก 130 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 250 ไร่ ในปีเดียวกัน ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร ทดแทนการปลูกยูคาลิปตัสในพื้นที่เดิม มีพระตำหนักเรียบง่ายที่ใช้เพื่อทรงงานและพักผ่อนพระอิริยาบถภายในโครงการ เป็นบ้านไม้ธรรมดาสองชั้นที่คนไทยคุ้นตากันดี

สำหรับชื่อของโครงการ ‘ชั่งหัวมัน’ นั้น มีที่มาจากเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จไปประทับที่วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชาวบ้านนำมันเทศซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นมาถวาย เมื่อเสด็จกลับกรุงเทพฯ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่นำหัวมันเทศนั้นไปวางบนตาชั่งในห้องทรงงาน และเมื่อเสด็จกลับมาที่วังไกลกังวลอีกครั้ง ทรงพบว่าหัวมันเทศนั้นแตกใบออกมา จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้นำหัวมันเทศนั้นไปปลูกในกระถาง แล้วจึงมีพระราชดำรัสให้จัดหาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ เพราะทรงเล็งเห็นว่า มันเทศเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ทุกที่ แม้วางตั้งทิ้งไว้บนตาชั่งก็ยังแตกใบออกได้

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริมีแปลงทดลองปลูกมันเทศในที่ดินเป็นสำคัญ และเน้นปลูกพืชท้องถิ่นของเพชรบุรี เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สับปะรด ข้าวไร่พันธุ์ต่างๆ รวมทั้งยังทรงให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือเพื่อใช้ในโครงการ จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรยั่งยืน รวมถึงเรื่องราวพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวไทยทุกคน

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-16.30 น. ไม่เสียค่าบริการ หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่โครงการได้ล่วงหน้า รายละเอียดเพิ่มเติม 032-472701

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ: Website

บทความนี้สนับสนุนโดย Traveloka ผู้ให้บริการจองเที่ยวบินและที่พักออนไลน์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้บริการทั้งบนเดสก์ท็อป โมไบล์เว็บ และโมไบล์แอพพลิเคชั่น ทั้งในระบบ iOS และ Android OS กับเทคโนโลยีการค้นหา การแสดงผลลัพธ์ การเปรียบเทียบราคาจริงที่ต้องจ่าย ระบบการจองที่ทันสมัย พร้อม 4 ช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบาย ทั้งเคาน์เตอร์เพย์เมนท์, เอทีเอ็ม, บัครเครดิต/เดบิต และ อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง แถมยังมีบริการความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ทำเรื่องเที่ยวให้เป็นเรื่องง่าย กับ Traveloka

Related Posts

Tags:
©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt