SSENSE GLOBAL
MATCHESFASHION.COM - AU / ASIA PACIFIC

Books

FIRST READ: ผม แมว และการเดินทางของเรา (The Travelling Cat Chronicles)

November 28, 2018

LINE it!



ผม แมว และการเดินทางของเรา (The Travelling Cat Chronicles, 旅猫リポート)

 

ฮิโระ อาริคาว่า เขียน | ปิยะวรรณ ทรัพย์สำรวม แปล | จำนวนหน้า 360 หน้า | สำนักพิมพ์ Maxx Publishing



การเดินทางของสองชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของทั้งคู่ไปตลอดกาล

ห้าปีก่อนมีแมวจรจัดผู้น่าสงสารอยู่ตัวหนึ่ง จนกระทั่งมันถูก “ซาโตรุ” รับมาเลี้ยง เขาตั้งชื่อให้แมวตัวนั้นว่า “นานะ” แม้ว่าเจ้าแมวจะไม่ชอบชื่อนี้นักก็ตาม ซาโตรุคือชายหนุ่มจิตใจดีที่ใส่ใจคนรอบข้าง ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตลอดตามประสาคนกับแมว ห้าปีต่อมาซาโตรุขับรถพานานะออกเดินทาง เขาแวะเยี่ยมเยือนบรรดาเพื่อนเก่าพร้อมกับวานฝากเจ้านานะให้เลี้ยง ด้วยเหตุผลที่นานะเองก็ไม่รู้ว่าทำไม และซาโตรุก็ไม่เคยเอ่ยปากออกมา ด้วยความผูกพันทำให้นานะไม่อยากให้เขาทิ้งมันไปไหน นานะอยากจะเป็นแมวของซาโตรุเท่านั้น ขณะที่ปริศนาบางอย่างเริ่มคลี่คลายระหว่างการเดินทาง

เรื่องราวการผจญภัยของทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพอันลึกซึ้ง ขณะเดียวกันมันก็สะท้อนความเปล่าเปลี่ยวของชีวิตคนออกมาด้วย แต่ไม่ว่าชีวิตคนเราจะเศร้าแค่ไหน การปฏิบัติต่อกันด้วยความรักแม้จะเป็นแค่สิ่งเล็ก ๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงให้ทุกชีวิตนั้นดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตคนหรือแมวก็ตาม

ทาบิเนะโกะ รีพอร์ตโตะ (旅猫リポート) นิยายชื่อดังของ ฮิโระ อาริคาวะ ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สุดประทับใจแห่งปี 2018




บทนำ

Pre-Report

เรื่องราวก่อนพวกเราออกเดินทาง





ข้าพเจ้าเป็นแมว ยังไร้ชื่อ – มีแมวผู้ยิ่งใหญ่กล่าวไว้เช่นนั้นในประเทศนี้

ผมไม่รู้ว่าแมวตัวนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่ในประเด็นเดียวที่ว่าผมมีชื่อนั้นก็ถือว่าชนะแมวตัวนั้นอยู่

ส่วนเรื่องที่ชอบชื่อนั้นหรือเปล่า ถือเป็นคนละประเด็น ก็เพราะว่าชื่อที่ถูกตั้งให้นั้นไม่ได้สอดคล้องกับเพศของผมเอาซะเลย

ผมได้รับชื่อนั้นเมื่อประมาณห้าปีก่อนละมัง เป็นช่วงที่ผมบรรลุนิติภาวะพอดี แถมอีกเรื่อง ถึงจะมีหลายทฤษฎีเรื่องสูตรคำนวณอายุขัยของแมวให้เทียบเท่าอายุขัยมนุษย์ แต่เนื้อหาหลักๆ เหมือนกันตรงที่มองว่าช่วงเวลาหลังเกิดหนึ่งปีนั่นจะเทียบเท่ากับอายุยี่สิบปีของมนุษย์

ช่วงนั้น ฝากระโปรงรถตู้สีเงินที่จอดอยู่ในลานจอดรถของแมนชันหนึ่งเป็นพื้นที่นอนโปรดของผม

ทำไมถึงเป็นที่โปรดน่ะเหรอ ก็เพราะว่าไม่มีใครมาไล่ “ชิ้วชิ้ว” อย่างหยามเยียดแม้จะนอนอยู่บนรถตู้คันนั้น ก็แค่เป็ นลิงตัวเขื่องประเภทหนึ่งที่ยืนเหยียดตรงเดินได้ แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ช่างหยิ่งยโสเหลือเกิน

ทั้งที่มาจอดรถเอาในกลางแจ้ง แต่กลับไม่ยอมให้แมวเดินย่ำ นี่มันตรรกะแบบไหนกันแน่ สำหรับแมวน่ะนะ เส้นทางในโลกใบนี้ทั้งหมดทั้งมวลก็เหยียบย่ำได้หมดนั่นแหละ แต่ถ้าเผลอทิ้งรอยเท้าไว้บนฝากระโปรงละก็ เจ้าพวกนั้นก็จะลนลานเข้ามาไล่

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ฝากระโปรงรถตู้สีเงินคันนั้นก็เป็นพื่นที่นอนโปรดของผม ฤดูหนาวแรกที่ผมได้พบเจอ ห้องเครื่องที่อุ่นสบายจากแสงอาทิตย์กลายเป็นเครื่องทำความร้อนบนพื้นแสนสบาย ถือเป็นของล้ำค่าสำหรับการนอนกลางวัน

แล้วในที่สุด ฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง ผมเวียนผ่านครบทุกฤดูกาลหนึ่งรอบด้วยความยินดี สำหรับแมว การถือกำเนิดในฤดูใบไม้ผลิถือเป็นโชคยิ่งใหญ่ สำหรับแมวแล้ว ฤดูกาลแห่งรักมีสองครั้งคือฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง แต่ลูกแมวที่เกิดในฤดูใบไม้ร่วงส่วนใหญ่ไม่อาจต้านทานฤดูหนาวได้

ระหว่างที่ผมขดตัวม้วนเป็นวงบนฝากระโปรงอุ่นสบาย ผมรู้สึกถึงสายตาเคียดแค้น พอลืมตาขึ้นมามอง —

ชายหนุ่มผอมเพรียวหรี่ตามองผมที่นอนอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน

“แกนอนตรงนี้ตลอดเหรอ”

ก็ใช่ จะบ่นอะไรเหรอ

“น่ารักดีนะ”

ก็นะ มีคนบอกบ่อยๆ

“แตะได้ไหม”

หมอนี่รู้จักขออนุญาต พอยกขาหน้าขู่ชายหนุ่มก็จุ๊ปาก ทำมาเป็นดุเหรอ ถ้าโดนลูบตรงโน้นตรงนี้ตอนนอน เป็นนาย นายก็ไม่ชอบเหมือนกันละน่า

“แปลว่าแตะเฉยๆ ไม่ได้สินะ”

โอ้ ท่าทางรู้เรื่องดีนะนาย ก็ต้องมีสิ่งทดแทนกันบ้างที่มาขัดขวางห้วงนิทรา พอผมยกหัวขึ้นมอง ผู้ชายคนนันก็เริ่มคุ้ยเขี่ยหาของในถุงร้านสะดวกซื้อที่ถืออยู่

“ของที่แมวกินได้ ไม่ค่อยได้ซื้อมาเลย”

อะไรก็ไม่เกี่ยงหรอกครับ เป็นแมวจรจัด ไม่เลือกมากหรอก เยื่อแมนเทิลของหอยเชลล์ (เยื่อบางๆ ลักษณะเป็นแผ่นหยักปกคลุมรอบตัวหอยเชลล์) อะไรนั่นก็ดูดีนี่ พอเอาจมูกไปดมแพ็กเกจที่ยื่นออกมาจากถุง ผู้ชายก็ยิ้มเจื่อน แล้วตบหัวผมปัง เฮ้ย ออกตัวแรงเลยนะ

“ไม่ได้นะ มันไม่ดีต่อร่างกาย แล้วก็เผ็ดร้อนด้วย”

ไม่ดีต่อร่างกายเอ็งน่ะสิ พวกจรจัดที่ไม่รู้ว่าจะมีวันพรุ่งนี้หรือเปล่าจะมีกำลังมาสนเรื่องสุขภาพเรอะ ตอนนี้ เรื่องอิ่มท้องน่ะสาคัญกว่านะ

สุดท้าย ผู้ชายดึงหมูทอดออกมาจากแซนด์วิช ลอกแป้งเกล็ดขนมปังออก แล้วยื่นฝ่ามือออกมา จะให้กินเลยเหรอ ทำเป็นยื่นมือกะให้ระยะห่างกระชั้นเข้ามาสินะ แต่เนื้อใหม่เป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้ไม่ค่อยจะได้มาเท่าไหร่ จะยอมให้ก็ได้

ระหว่างที่กินหมูทอดอย่างตะกละตะกลาม ก็มีปลายนิ้วสอดจากใต้คางเข้าไปตรงหูช้าๆ ผู้ชายใช้มือขวาข้างที่ว่างเกาเบาๆ หลังใบหูอย่างต่อเนื่อง ผมอนุญาตให้มนุษย์ทำให้อาหารสัมผัสได้แค่เพียงชัวครู่ แต่ผู้ชายคนนี้รู้งานดีทีเดียว

ถ้าให้เพิ่มอีกหน่อย จะเกาคางก็ได้นะ พอเอาหัวไถเข้ากับมือผู้ชาย เรื่องนี้ก็หมูๆ

“หมดนี่งั้นก็กลายเป็นแค่แซนด์วิชกะหล่ำปลีสินะคราวนี้”

ผู้ชายยิ้มเจื่อนพลางลอกแป้งเกล็ดขนมปังออกจากหมูทอดชิ้นสุดท้ายในแซนด์วิช แล้วยื่นให้ จะติดแป้งด้วยก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะส่วนนั้นมันช่วยให้อิ่มท้องดี

ยอมให้ลูบเต็มที่เท่าส่วนที่ประเคนอาหารมา เอาละ ใกล้จะถึงเวลาร้านปิดเต็มทีแล้ว

ตอนที่ผมคิดจะยกขาหน้าขึ้นไล่ออกไป

“แล้วเจอกันใหม่นะ”

ผู้ชายก็ดึงมือออกก่อนพอดีและจากไป เขาเดินขึ้นบันไดแมนชั่นทั้งอย่างนั้น

แหม รู้จักจังหวะดีซะด้วยนะ

ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็ประมาณนี้ ส่วนเรื่องที่เขาตั้งชื่อให้ผมนั่นจะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกหน่อย




ใต้รถตู้สีเงินเริ่มมีอาหารเม็ดมากองทุกคืน ขนาดพอดีหนึ่งกำมือมนุษย์ในเงาล้อหลัง ปริมาณเพียงพอสาหรับหนึ่งมื้อของแมว

ผู้ชายคนนั้นที่ขึ้นบันไดแมนชั่นไปจะแว่บออกมากลางดึก

ถ้าผมบังเอิญอยู่ตรงนั้น เขาก็จะได้ลูบตัวเป็นการตอบแทน แต่ถึงแม้ผมจะไม่อยู่ ก็มีอาหารมาประเคนไว้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

มีบางวันที่ถูกแมวตัวอื่นกินไปก่อน หรือผู้ชายออกไปข้างนอกจนเช้าก็ยังไม่มีอาหารเม็ดโผล่มา แต่ส่วนใหญ่ก็จะได้กินหนึ่งมื้อในหนึ่งวันค่อนข้างแน่นอน แต่ก็นะ พวกมนุษย์อารมณ์แปรปรวน ก็ไม่ได้หวังจะพึ่งซะอย่างเดียวหรอก การกระจายปัจจัยในการดำรงชีวิตไว้ตรงนู้นตรงนี้คือความเอาใจใส่ของพวกแมวจรนะ

เป็นเพียงคนรู้จักหน้าค่าตาที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันเกินไป ขณะที่ผมกำลังสบายใจกับการรู้จักคบหาชายคนนั้นอย่างมีระยะห่างเช่นนั้น โชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของพวกเราอย่างใหญ่หลวงก็มาเยือน

โชคชะตาสร้างความเจ็บปวดให้ผมอย่างยิ่ง

เมื่อผมเดินข้ามถนนตอนกลางคืน แสงไฟรถส่องแวบเข้ามา ผมกำลังจะวิ่งผ่านไป เสียงแตรรถแผดดัง นั่นไม่ดีเลย

ผมตกใจ เลยออกตัววิ่งช้าไปเสี้ยววินาที ทั้งที่น่าจะหลบทันอย่างสบายๆ แต่กลับติดร่างแหเพราะช้าไปครึ่งก้าว แรงชนอย่างรุนแรงทำเอาผมตัวลอย ไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นยังไงกันแน่

พอรู้ตัวก็พุ่งเข้าไปอยู่กลางพุ่มไม้ข้างถนน ภายในร่างกายเจ็บแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อืม แต่ยังมีชีวิตอยู่

เจอเรื่องหวุดหวิดไปแล้ว ตอนที่คิดแบบนั้น และพยายามจะยืนขึ้น ผมตะโกนเสียงหลง เจ็บเจ็บเจ็บ! ขาหลังข้างขวาเจ็บแบบไม่ปกติ!

ผมนอนแหมบ และพลิกช่วงตัวด้านบนขึ้นเพื่อจะเลียแผล เฮ้ย กระดูกโผล่ออกมาเลย

ถ้าเป็นแผลกัดหรือแผลข่วน จะร้ายแรงแค่ไหนก็ผ่านมาได้ด้วยลิ้นนี้ แต่ขนาดนี้คงไม่ไหว กระดูกที่โผล่ออกมาจากขาแสดงตัวตนอย่างชัดเจนด้วยอาการเจ็บสาหัส ไม่เห็นจะต้องแสดงตัวขนาดนั้นเลยนี่นา

ทำไงดี ต้องทำยังไงดี ใครสักคน

ใครก็ได้ช่วยที แล้วมันจะไปมีใครช่วยแมวจรจัดกันเล่า

แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนั้นผมก็อดนึกถึงชายคนนั้นที่เอาอาหารมาให้ทุกคืนไม่ได้

ถ้าเป็นหมอนั่นคงจะช่วยแหละมั้ง

ไม่ใกล้ไม่ไกล ไม่คุ้นเคยสนิทสนม ก็แค่คบหาในระดับที่อนุญาตให้ลูบสัมผัสตอบแทนอาหารที่นำมาถวาย แล้วทำไม

ผมลากขาหลังด้านขวาที่มีกระดูกโผล่ออกมา ออกเดินแค่ลากขาไปกับพื้น ก็ร้าวไปถึงกระดูก ระหว่างทางผมล้มทั้งยืนหลายครั้ง ไม่ไหวแล้ว จะแย่แล้ว เดินกว่านี้อีกก้าวเดียวก็ไม่ได้แล้ว

ทั้งที่ไม่ได้ออกจากแมนชั่นนั้นไปไกลเท่าไหร่ แต่ตอนที่ไปถึงหน้ารถตู้สีเงิน ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว

ไม่ไหวแล้ว จะแย่แล้ว เดินมากกว่านี้อีกก้าวเดียวก็ไม่ได้แล้ว คราวหน้าค่อยเอาจริง

ผมร้องดังเท่าที่มีเสียง

เจ็บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!

ผมส่งเสียงดังหลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายเสียงนั้นก็อ่อนแรงลงเช่นกัน จะเปล่งเสียงก็สะเทือน นี่แหละเรืองจริง

ในตอนนั้น ใครบางคนเดินลงมาจากบันไดแมนชั่น เงยหน้าขึ้นเห็นผู้ชายคนนั้น

“เป็นแกจริงๆ ด้วย”

ผู้ชายเปลี่ยนสีหน้าแล้ววิ่งมาหาผม

“เป็นอะไรมา โดนรถชนเหรอ”

น่าอาย แต่มันก็พลาดไปหน่อย

“เจ็บไหม เจ็บใช่ไหม”

อย่าถามเรื่องที่รู้อยู่แล้วน่า โกรธนะเว่ย ช่วยดูแลแมวบาดเจ็บหน่อย

“ก็แกเรียกอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันเลยลืมตาตื่น เรียกฉันใช่ไหม”

เรียก เรียก เรียกเป็นบ้าเป็นหลัง มาช้าไปหน่อยซะด้วยนายน่ะ

“คงคิดว่าฉันคงจะช่วยอะไรได้สินะ”

ตั้งใจว่าจะโต้ตอบกลับไปว่าก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ แต่ไม่รู้ทำไมผู้ชายกลับสูดน้ำมูก ทางนั้นจะร้องไห้ทำไมเล่า

“ฉลาดจริงๆ นะ ที่นึกถึงฉัน”

แมวไม่ร้องไห้เหมือนมนุษย์ แต่ ทำไม รู้สึกเหมือนเข้าใจอารมณ์ร้องไห้

ตอนที่คิดว่าไม่ไหวแล้ว คนที่นึกถึงก็คือนาย ก็คิดว่าถ้ามาถึงนี่ได้ ก็คงจะรอด

นี่ นายจะช่วยใช่ไหม เจ็บ เจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว

เจ็บเกินไปจนกลัว ผม จะเป็นอะไรไปไหมเนี่ย

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ”

ผู้ชายเอาผมใส่ลังกระดาษที่ปูด้วยผ้าขนหนูนุ่มนิ่ม แล้วพาขึ้นรถตู้สีเงิน

ปลายทางที่มุ่งหน้าไปคือโรงพยาบาลสัตว์ สำหรับผมที่นั่นคือประตูนรก และขอละเรื่องราวโดยละเอียดเอาไว้ สำหรับสัตว์ส่วนใหญ่ โรงพยาบาลสัตว์คือสถานที่ที่ไม่อยากไปเยือนอีกเป็นครั้งที่สอง ดังนั้น กรณีของผมก็ไม่จำเป็ นต้องเล่าให้เวิ่นเว้อยาวนาน

ผมตัดสินใจพักในห้องผู้ชายจนกว่าแผลจะหายดี ห้องสะอาดสะอ้าน ผู้ชายอาศัยอยู่ที่นั่นคนเดียว เขาวางห้องน้ำผมไว้ตรงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องอาบน้ำ และวางจานอาหารกับถ้วยน้ำของผมไว้ในห้องครัว

ถึงจะเห็นแบบนี้ แต่ผมเป็นแมวที่ค่อนข้างหัวดีและมีมารยาท จำวิธีการใช้ห้องน้ำได้ในครั้งเดียวและไม่ทำผิดพลาด แล้วก็ไม่ฝนเล็บตรงจุดทีถูกสั่งว่าห้ามข่วน

ดูเหมือนจะเป็นปัญหาถ้าเล่นผนังกับเสา ผมก็เลยฝนตรงเฟอร์นิเจอร์กับพรม ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์กับพรม จนแล้วจนรอดชายคนนั้นก็จะไม่กล้าห้าม (ถึงตอนแรกจะทำหน้าเศร้าก็เถอะ แต่ผมมันแมวอ่านสถานการณ์ออก แยกแยะได้ว่าเรื่องไหนไม่ได้จริงๆ เรื่องไหนไม่ขนาดนั้น เฟอร์นิเจอร์ก้บพรมไม่ใช่เรื่องต้องห้าม “อย่างเด็ดขาด”)

กว่ากระดูกจะเชื่อมต่อกันและตัดไหมคงใช้เวลาไปประมาณสองเดือน ผมได้รู้จักชื่อของผู้ชายระหว่างนั้น

ซาโตรุ มิยาวากิ

ส่วนซาโตรุก็เรียกผมตามอารมณ์ว่า “แก” บ้าง “แมว” หรือ “คุณแมว” บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะผมไม่มีชื่อ

ถึงจะมีชื่อ แต่ซาโตรุไม่เข้าใจภาษาผม ก็คงไม่คิดจะบอก มนุษย์นี่ไม่สะดวกเอาซะเลย ก็เข้าใจแต่ภาษาของตัวเอง จริงๆ ในแง่นี้พวกสัตว์เป็นพหุภาษามากกว่าเยอะเลย ทุกคนทราบกันหรือเปล่าครับ

ทุกครั้งที่ผมอยากออกไปข้างนอก ซาโตรุจะเกลี้ยกล่อมพร้อมทำหน้าลำบากใจคิ้วตก

“ถ้าแกออกไปก็คงไม่กลับมาแล้วใช่ไหม อดทนจนกว่าจะหายเถอะ ถ้าต้องมีด้ายอยู่ในขาไปตลอดชีวิตคงลำบากแน่”

ยังรู้สึกร้าวอยู่บ้าง แต่ทนเอาหน่อยก็เริ่มกลับมาเดินได้เป็นปกติแล้ว จริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะลำบากเพราะมีด้ายอยู่หรอกนะ แต่ซาโตรุชอบทำหน้าเหมือนลำบากใจเหลือเกิน ก็เลยอดทนไม่เดินเล่นตลอดสองเดือน จะไปทะเลาะกับแมวคู่กัดด้วยขาลากแบบนี้ก็น่าเบื่อด้วยสิ

ในที่สุด แผลก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ผมส่งเสียงร้องตรงประตูห้องที่มักจะถูกรั้งไว้ด้วยสีหน้าลำบากใจเสมอ ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา ผมรู้สึกซึ้งใจกับการอุทิศตนของนายเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับนาย ต่อไปถึงไม่มีของกินมาประเคนให้ก็จะยอมให้จับละกันนะ บนรถตู้สีเงินคันนั้น

ตอนนั้นซาโตรุไม่ทำหน้าลำบากใจ แต่สีหน้าเศร้าสร้อยเหมือนเรื่องเฟอร์นิเจอร์กับพรม

สีหน้าแบบนั้นที่บอกว่าไม่ใช่เรื่องต้องห้ามอย่างเด็ดขาดหรอก แต่ว่า…

“ยังไงข้างนอกก็ดีกว่าเหรอ”

เฮ้ย ไม่ต้องทำหน้าจะร้องไห้แบบนั้น

ออกไปแล้วจะเหงาใช่ไหมล่ะ

“ก็คิดอยู่ว่าอยากให้มาเป็นแมวที่บ้าน”

พูดตรงๆ ว่าไม่มีตัวเลือกนั้น เพราะว่าผมมันจรจัดมาตั้งแต่เกิด ก็เลยไม่เคยมีความคิดว่าจะไปเป็นแมวเลี้ยง

ก็จะขอรบกวนจนกว่าแผลจะหาย ตั้งใจว่าพอหายดีแล้วจะออกไป ไม่สิ ไม่เชิงซะทีเดียว คิดว่าต้องออกไปต่างหาก

ถ้ายังไงก็ต้องออกไป ก้าวออกไปด้วยตัวเองย่อมดูดีกว่าโดนไล่ใช่ไหมล่ะ แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสไตล์นะ

ถ้ายอมให้เป็นแมวบ้านนี้ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็บอกกันให้เร็วกว่านี้สิ

ผมไถลออกไปจากประตูที่ซาโตรุฝืนใจเปิดออก หันกลับมามองซาโตรุแล้วร้องเหมียว ตามมาสิ

แม้จะเป็นมนุษย์ แต่ซาโตรุเป็นผู้ชายที่มีเซนส์เรื่องภาษาแมวค่อนข้างดี เหมือนเขาจะเข้าใจที่ผมพูด ถึงจะดูลังเลอยู่บ้าง แต่ก็ตามมาด้วยกัน

เป็นค่ำคืนที่พระจันทร์ส่องสว่าง ตัวเมืองกลับสู่ความเงียบสงบ

ผมกระโดดขึ้นฝากระโปรงรถตู้สีเงิน ชื่นชมในพลังกระโดดของตัวเองที่ฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิม จากนั้นก็ลงมาที่
พื้น กลิ้งเกลือกจนกว่าจะสบายใจ

หางดีดระเบิดตัวเมื่อมีรถแล่นผ่านใกล้ๆ

เหมือนว่าความกลัวตอนโดนชนจนกระดูกโผล่ออกมายังฝังซึมอยู่ในร่างกาย รู้ตัวอีกที ผมก็หลบหลังซาโตรุ ซาโตรุ
มองดูผมแล้วหัวเราะด้วยความเอ็นดู

ผมวนรอบละแวกบ้านหนึ่งรอบกับซาโตรุ แล้วก็กลับมาที่แมนชั่นอีก ร้องเหมียวหน้าประตูบานหน้าสุดบนชั้นสอง เปิดสิ

ผมแหงนมองซาโตรุที่หัวเราะออกมาด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้

“แกกลับมาที่นี่สินะ”

อืม ก็เลยบอกให้เปิดเร็วๆ ไง

“แกจะมาเป็นแมวบ้านใช่ไหม”

อืม แต่บางทีก็จะออกไปเดินเล่นบ้างนะ

ผมก็เลยกลายมาเป็นแมวของซาโตรุด้วยเหตุนี้




“สมัยเป็นเด็ก เคยเลี้ยงแมวเหมือนแกเปี๊ยบเลย”้

ซาโตรุหยิบอัลบั้มรูปออกมาจากลิ้นชัก

“ดูนี่สิ”

อัลบั้มอัดแน่นไปด้วยภาพถ่ายแมวตัวหนึ่ง ผมรู้ดี มนุษย์ที่ทำอะไรแบบนี้เขาเรียกพวกทาสแมว

แมวในรูปเหมือนผมไม่ผิด ตัวสีขาวเกือบทั้งหมด มีสิ่งอื่นแค่ตรงหน้ากับหาง ตรงหน้ามีด่างสองจุด หางกวักสีดำ

มีแค่ปลายหางที่งอไปคนละทิศ แต่จุดด่างที่หน้าเหมือนกันมาก

“รอยด่างตรงหน้าเหมือนตัวอักษรเลขแปด ก็เลยชื่อฮาจิ (“ฮาจิ” แปลว่าแปด และตัวอักษรที่แปลว่าแปดมีลักษณะเช่นนี้ 八่) น่ะ”

ช่างเป็นการตั้งชื่อที่ดูไร้ราคา เริ่มเป็นกังวลแล้วว่านี่ตั้งใจจะตั้งชื่อแบบไหนให้ผมกัน

ถ้าต่อจากฮาจิแล้วเป็นคิว (“คิว” แปลว่าเก้า) จะทำยังไงกัน

“นานะ (“นานะ” แปดว่าเจ็ด) เป็นไง”

โอ้ย สรุปเป็นการลบเลขเหรอ เกินความคาดหมายไปหน่อยนะ

“นี่ไง หางงอคนละข้างกับฮาจิด้วย มองจากข้างบนแล้วเหมือนเลข 7 เลยนะแก”

เหมือนจะพูดเรื่องหางอยู่สินะ

แต่เดี๋ยว รอก่อนนะ นานะนี่ มันเหมือนชื่อเด็กผู้หญิงมากเลยนะ ผมเป็นแมวตัวผู้แสนสง่างามนะ คิดยังไงกับการจับคู่แบบนี้กันแน่

“ดีเนอะ นานะ เคล็ดดีแบบลัคกี้เซเว่นไง”้

ฟังที่คนอื่นพูดหน่อยเว่ย!

พอร้องเหมียว ซาโตรุก็หรี่ตาเกาคางผม

“แกชอบไหม”

ไม่ใช่! แต่ก็ อืม

การถามระหว่างเกาคางนี่มันผิดกติกานะ เผลอส่งเสียงครางในคอออกไป

“ชอบใช่ไหม ดีเลย”

บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า —

สุดท้าย ชื่อผมก็เลยกลายเป็นนานะโดยไม่ได้รับโอกาสให้แก้ไขความเข้าใจผิด (ก็เอ็งเกาคางตลอดเลยนี่หว่า)

“ต้องย้ายบ้านแล้ว”

แมนชั่นตอนนี้ห้ามเลี้ยงสัตว์ แต่เห็นว่าไปต่อรองกับเจ้าของบ้านจนกว่าแผลผมจะหายดี ซาโตรุพาผมย้ายไปที่อื่นในเมืองเดียวกัน ต้องอุตส่าห์ย้ายบ้านเพื่อแมวตัวเดียว แมวอย่างผมจะพูดเองก็กระไรอยู่ แต่นี่มันพวกทาสแมวขั้นจริงจังเลยนะ

แล้วชีวิตของพวกผมก็เริ่มต้นขึ้น ซาโตรุเป็นมนุษย์ไร้ที่ติในฐานะเพื่อนร่วมห้องกับแมว ส่วนผมก็เป็นแมวไร้ที่ติในฐานะเพื่อนร่วมห้องกับมนุษย์

พวกผมอยูกันมาอย่างราบรื่นจริงๆ ตลอดห้าปีนี้

*



ผมเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเต็มตัวในฐานะแมว ส่วนซาโตรุก็เลยสามสิบไปหน่อย

“นานะ ขอโทษนะ”

ซาโตรุลูบหัวผมด้วยความรู้สึกขอโทษ เอาเถอะ เอาเถอะ อย่าคิดมากเลย

“ขอโทษที่เป็นแบบนี้นะ”

ไม่ต้องบอกไปหมดทุกคนหรอก ผมเป็นแมวที่เข้าใจหลักเหตุผลดี

“ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งแกไปเลย”

ชีวิตคนมันก็ไม่เป็นตามใจคิดหรอก ถึงผมจะเป็นแมวก็เถอะ ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตกับซาโตรุแล้ว ผมก็แค่กลับไปเหมือนเมื่อห้าปีก่อนเอง

ตอนนั้นที่กระดูกโผล่ออกมาจากขา ถ้าแผลหาย แล้วก็ออกไปทั้งอย่างนั้น ก็คงไม่เกิดเรื่องอะไรเลย อาจจะมีช่องว่างนิดหน่อย แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็กลับไปเป็นแมวจรได้

ผมไม่ได้สูญเสียอะไร แค่ได้ชื่อนานะกับช่วงเวลาห้าปีที่อยู่กับซาโตรุมาเอง

เพราะฉะนั้น อย่าทำหน้าลำบากใจแบบนั้นสิ

แมวจะยอมรับเรื่องทุกอย่างที่เข้ามาหาตัวเองอย่างสุขุมเยือกเย็น

มีข้อยกเว้นเดียวที่เคยเกิดขึ้นมาแค่เรื่องเผลอคิดถึงซาโตรุตอนกระดูกหักก็เท่านั้น

“งั้นไปกันเลยไหม”

ซาโตรุเปิดประตูกรง ผมเดินเข้าไปข้างในอย่างว่านอนสอนง่าย

ระหว่างห้าปีที่อยู่กับซาโตรุ ผมเป็นแมวว่าง่ายเสมอ ถึงแม้จะถูกพาไปโรงพยาบาลซึ่งเหมือนกับประตูนรกในชีวิตของผม ผมก็เป็นแมวที่ไม่ต่อต้านหรือส่งเสียงโวยวายเมื่อถูกจับใส่กรง

อืม ไปกันเถอะ ผมเคยเป็นแมวไร้ที่ติในฐานะเพื่อนร่วมห้องของซาโตรุ ก็ควรจะเป็นผู้ร่วมทางอย่างไร้ที่ติในการเดินทางของซาโตรุด้วย

ซาโตรุยกกรงผมขึ้นรถตู้สีเงิน

*


ผม แมว และการเดินทางของเรา (The Travelling Cat Chronicles, 旅猫リポート)

ราคา: 379 บาท 

สั่งซื้อ: ร้านนายอินทร์ซีเอ็ดKinokuniya, Shopee

-เนื้อหาในหนังสือนำมาเผยแพร่โดยได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์ Maxx Publishing




Related Posts

©2009-2016 POPpaganda.net | Powered by WordPress | Developed by felizt